🐓แกงกะทิ ไก่

📍 วัตถุดิบ

- อกไก่หั่นขิ้นพอดีคำ ประมาณ 500 กรัม

- มะเขือเปราะ 1 ลูกหั่น 4 ชิ้น ประมาณ 100 กรัม

- มะเขือพวง ประมาณ 50 กรัม

- พริกแกงเผ็ด ประมาณ 3-4 ช้อนโต๊ะแล้วแต่ความชอบ ชอบเผ็ดมากใส่มาก เผ็ดน้อยใส่น้อย

- พริกชี้ฟ้าหั่นเฉียง ไว้สำหรับตกแต่ง 2-3 เม็ด

- ใบมะกรูด 3-5 ใบฉีกก้านกลางออก

- ใบโหระพา 1 ถ้วยตวง เพิ่มความหอม

- น้ำกะทิ หัวกะทิประมาณ 200 มล. หางกระทิประมาณ 500 มล.

🍳 ขั้นตอนการทำ

1. ผัดพริกแกง: ตั้งหม้อหรือกระทะด้วยไฟปานกลาง ใส่หัวกะทิลงไปประมาณ 100 มล. เคี่ยวจนกะทิตัวเริ่มแตกมัน จากนั้นใส่พริกแกงเผ็ดลงไปผัดจนส่งกลิ่นหอม

2. รวนเนื้อไก่: ใส่เนื้อไก่ลงไปผัดกับพริกแกงจนเนื้อไก่เริ่มสุกภายนอก

3. เติมกะทิ: ค่อยๆ เทหางกะทิและหัวกะทิส่วนที่เหลือลงไป คนให้เข้ากัน แล้วรอจนน้ำแกงเริ่มเดือด

4. ปรุงรส: ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ คนให้น้ำตาลละลาย จากนั้นชิมรสตามชอบ (ควรได้รสเค็ม นุ่มมัน หวานปลาย)

5. ใส่ผัก: ใส่ใบมะกรูด มะเขือเปราะ และมะเขือพวงลงไป ต้มต่ออีกประมาณ 3–5 นาทีจนมะเขือเริ่มสุกนุ่ม

6. แต่งสีสัน: ยกลงจากเตา แล้วใส่ใบโหระพาและพริกชี้ฟ้าแดงลงไป คนให้เข้ากันเพื่อเพิ่มความหอมและสีสันชวนรับประทาน

💡 เคล็ดลับความอร่อย:

มะเขือไม่ดำ: ผ่ามะเขือเปราะแล้วแช่ในน้ำเปล่าผสมเกลือป่นทันที จะช่วยให้เนื้อมะเขือขาวสวยน่าทาน

ความเข้มข้น: หากชอบน้ำแกงข้นๆ สามารถเคี่ยวหัวกะทิให้แตกมันมากหน่อยก่อนผัดพริกแกง

#ภารกิจปั้นครีเอเตอร์ไฟแรง

#อาหารคลีน

#แกงเผ็ด

#กินอะไรดี

#รีวิว

2 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการทำแกงกะทิไก่ไม่เพียงแต่เป็นการทำอาหารที่อร่อย แต่ยังเป็นการผสมผสานวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพอย่างลงตัวอีกด้วย ในประสบการณ์ของผม ผมชอบใช้เนื้ออกไก่ที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำเพราะช่วยให้เนื้อไก่สุกทั่วถึงและไม่แห้งเกินไป นอกจากนั้น การเลือกมะเขือเปราะและมะเขือพวงที่สดใหม่จะช่วยเพิ่มความหวานและความกรอบที่ลงตัวในแกง สำหรับใบโหระพาและใบมะกรูด การฉีกก้านกลางใบก่อนใส่จะช่วยปล่อยกลิ่นหอมได้มากขึ้น ซึ่งเป็นเคล็ดลับสำคัญที่ผมใช้สำหรับเพิ่มความหอมให้กับน้ำแกง ในส่วนของการทำพริกแกงเผ็ด การผัดกับหัวกะทิจนแตกมันก่อนจะช่วยปล่อยกลิ่นหอมและเพิ่มความเข้มข้นให้กับน้ำแกงอย่างเห็นได้ชัด อีกเคล็ดลับที่ผมใช้คือการค่อยๆ เติมหางกะทิหลังจากเนื้อไก่เริ่มสุก เพื่อรักษาความมันและไม่ให้แกงเละเกินไป สำหรับรสชาติ ผมมักปรับน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บให้พอดี เพื่อให้ได้รสชาติที่เค็มนุ่มมันและมีความหวานปลาย ซึ่งเข้ากันได้ดีมากกับความเผ็ดจากพริกแกง หากชอบรสเผ็ดมากขึ้น สามารถเพิ่มพริกแกงหรือพริกชี้ฟ้าตามชอบได้ นอกจากนี้ การแช่มะเขือเปราะในน้ำเกลือช่วยรักษาให้สีเขียวสดและไม่ดำ ทำให้น้ำแกงดูน่ารับประทานมากขึ้น สำหรับใครที่ชอบน้ำแกงข้นๆ แนะนำให้เคี่ยวหัวกะทิจนแตกมันมากขึ้นก่อนผัดพริกแกง ซึ่งทำให้แกงมีกลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้นขึ้นมาก ลองทำตามขั้นตอนนี้ที่บ้าน รับรองว่าคุณจะได้แกงกะทิไก่ที่รสชาติดี หอมกลิ่นเครื่องแกงเป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับมื้ออาหารครอบครัวที่อบอุ่นและอร่อยทุกคำ

3 ความคิดเห็น

รูปภาพของ ลัดดาพาลูกเที่ยว
ลัดดาพาลูกเที่ยว

น่าทานมากเลยค่ะ

รูปภาพของ มะพร้าว
มะพร้าว

เห็นแล้วหิวเลยค่ะ😋

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม