BlackRock: ประวัติและความเกี่ยวข้องในประเทศไทย
BlackRock เป็นบริษัทจัดการการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากสหรัฐอเมริกา มีอิทธิพลอย่างสูงในตลาดการเงินทั่วโลก
📜 ประวัติความเป็นมา
ก่อตั้ง: ปี ค.ศ. 1988
ผู้ก่อตั้ง: นำโดย Larry Fink และนักธุรกิจชาวอเมริกันรวม 8 คน
จุดเริ่มต้น: กลุ่มผู้ก่อตั้งมีความเห็นพ้องต้องกันว่าจะจัดตั้งบริษัทจัดการการลงทุนเพื่อบริหารจัดการเงินทุนโดยคำนึง ถึงผลประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า ภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้
การเติบโต: จากมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) ในปี 1999 ที่ประมาณ 4.9 ล้านล้านบาท ปัจจุบันได้เติบโตขึ้นอย่างมหาศาล จนเป็นบริษัทจัดการการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เทคโนโลยีสำคัญ: BlackRock มีระบบบริหารความเสี่ยงและการลงทุนที่เรียกว่า "Aladdin" (อะลาดิน) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญและถูกใช้งานโดยสถาบันการเงินขนาดใหญ่ทั่วโลก
🇹🇭 บทบาทและความเกี่ยวข้องในประเทศไทย
BlackRock มีส่วนเกี่ยวข้องและมีบทบาทสำคัญในตลาดการเงินและเศรษฐกิจของประเทศไทยหลายด้าน:
การลงทุนในตลาดทุนไทย: BlackRock เข้ามาลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ของบริษัทและรัฐบาลไทยในฐานะนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ระดับโลก โดยมักจะมุ่งเน้นการลงทุนในบริษัทที่โดดเด่นด้านเทคโ นโลยี พลังงาน และธุรกิจด้านความยั่งยืน (ESG)
ความร่วมมือกับสถาบันการเงินไทย: มีการร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนในประเทศไทย เพื่อนำเสนอกองทุนรวมที่ลงทุนในกองทุนหลัก (Master Fund) ของ BlackRock ให้แก่นักลงทุนชาวไทย เช่น การร่วมมือกับ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (KRUNGSRI) ในกองทุน KFCORE
การผลักดันการลงทุนที่ยั่งยืน (ESG): ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในหลายบริษัททั่วโลก BlackRock มีนโยบายที่เน้นการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งมีส่วนในการขับเคลื่อนและกระตุ้นให้บริษัทไทยให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความยั่งยืนมากขึ้น
การเข้าพบรัฐบาลไทย: ผู้บริหารระดับสูงของ BlackRock รวมถึง Larry Fink มักจะเข้าพบกับผู้นำและหน่วยงานภาครัฐของไทย เพื่อหารือและแสดงความสนใจในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล (Digital Hub) ของอาเซียน
นี่คือ บริษัท/หุ้นไทยที่กองทุนหรือผลิตภัณฑ์ของ BlackRock (เช่น BlackRock Emerging Markets Funds หรือ iShares MSCI Thailand ETF) ถืออยู่ จากข้อมูลการถือครองล่าสุดที่มีการเปิดเผย:
📊 ตัวอย่างหุ้นไทยที่ BlackRock ถืออยู่
(ถือผ่านกองทุนที่บริหารโดย BlackRock เช่น Emerging Markets Fund หรือ ETF ที่มีหุ้นไทยในพอร์ต)
บริษัท/หลักทรัพย์ไทยที่พบว่ามีสัดส่วนการถือครองโดยกองทุน BlackRock ได้แก่:
📌 กลุ่มค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค
CP ALL PCL — ธุรกิจค้าปลีก 7-ELEVEN เป็นต้น
Central Pattana PCL / Central Retail Corp PCL — อสังหา/ค้าปลีก
Home Product Center PCL — ร้านวัสดุก่อสร้าง
Carabao Group PCL — เครื่องดื่ม
Charoen Pokphand Foods PCL — อาหารสัตว์/อาหารแปรรูป
📌 กลุ่มสาธารณูปโภค & พลังงาน
Gulf Energy Development PCL
Global Power Synergy PCL
Energy Absolute PCL
Electricity Generating PCL
📌 กลุ่มบริการ & สาธารณสุข
Bangkok Dusit Medical Services PCL — โรงพยาบาล
Bumrungrad Hospital PCL
📌 กลุ่มเทคโนโลยี/โทรคมนาคม
Intouch Holdings PCL — บริษัทแม่ของ True
Delta Electronics Thailand PCL — อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
📌 กลุ่มธนาคาร
Krung Thai Bank PCL — ธนาคารรัฐ
📌 อื่น ๆ
Bangkok Expressway & Metro PCL (BEM) — ระบบทางด่วน/รถไฟฟ้า
(รายการนี้มักพบในพอร์ตของกองทุนที่เน้นดัชนีตลาดไทย เช่น iShares MSCI Thailand ETF ซึ่ง BlackRock บริหารจัดการ)
👉 รายชื่อข้างต้นเป็น ส่วนหนึ่งของพอร์ตหุ้นไทยที่ BlackRock ถือหรืออาจถือในกองทุนที่ครอบคลุมหุ้นไทย (เช่น Emerging Markets Fund หรือ MSCI Thailand ETF) โดยเฉพาะในกองทุนที่ลงทุนในตลาดเกิดใหม่/ตลาดไทย ไม ่ได้หมายความว่า BlackRock ถือหุ้นทั้งหมดเองโดยตรงในฐานะผู้ลงทุนหลักเสมอไป — แต่ผ่านผลิตภัณฑ์กองทุนที่บริหารอยู่นั้นเอง.
หากคุณต้องการ รายชื่อหุ้นไทยที่ BlackRock ถือในกองทุนเฉพาะเจาะจง (และสัดส่วนการถือหุ้นที่แน่นอน) — บอกชื่อกองทุน (เช่น “iShares MSCI Thailand ETF”, “BlackRock Emerging Markets Fund”) แล้วฉันจะสรุปรายละเอียดครบให้ได้ครับ.
#BlackRock #แบล็กร็อก #บริษัทจัดการการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก #LarryFink #Aladdin #กองทุน #ตลาดทุนไทย #ESG #การลงทุนอย่างยั่งยืน #เศรษฐกิจไทย
คุณสนใจให้ฉันค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนของ BlackRock ที่เปิดให้ลงทุนในประเทศไทยหรือไม่คะ?

















































