S.5 ลองของ! : ใช้ Ai แทนตัวเองในคลิปน้ำท่วม ‘69 (ผลลัพธ์ที่ได้...พังหรือปัง?)

เริ่มจากผมกลายเป็นผู้ประสบภัย #น้ำท่วม ’69 ตั้งแต่เช้ามืดของวันเสาร์ที่ 26 ก.ย. 2569 เวลาตี 2:38 นาที ผมเริ่มทยอยขนของหนีน้ำขึ้นชั้นบน เพราะน้ำท่วมเพิ่มระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ จนสว่างคาตา แถมยังไม่ได้นอนไปจนถึงช่วงบ่าย ผลคือกล้ามเนื้อน่องปวดระบมไปหมด ทั้งอ่อนล้า เหนื่อยและเพลีย น้ำได้เข้าท่วมภายในตัวบ้านผมสูงประมาณ 50 ซม. (ระดับหัวเข่าผม) ติดต่อกัน 2 คืน ผมต้องอาศัยอยู่บนชั้นสองของบ้านในพื้นที่แคบๆ (เพราะมีข้าวของหนีน้ำวางกองสุมอยู่เต็มไปหมด) แบบไม่รู้จะทำอะไร เพราะอุปกรณ์ทำงานถูกย้ายขึ้นมาชั้น 2 ตั้งแต่วันแรก ยังต่อเน็ตไม่ได้ ต้องวางนิ่งๆ อยู่อย่างนั้น

.

28/9/2568 ระดับน้ำลดลงมานิดหน่อย ผมเดินลุยน้ำออกไปหน้าหมู่บ้านเพื่อรับอาหารกล่องที่มีผู้มาแจก ผมถ่ายคลิปตัวเองเดินลุยน้ำไว้ เวลา 13:06 น. แล้วเอามาเจน Ai โดยให้ Character เจ้าพระยา จิด.ตระ.ธานี แทนที่ตัวเองในคลิป

.

เนื่องจากเวลานั้นยังต่อ Wi-Fi ไม่ได้ ต้องใช้เน็ตจากมือถือเป็นหลัก ประกอบกับไม่ได้สำรองข้อมูลตัวละครไว้บนคลาวน์ เลยหาเท่าที่หาได้ ผลคือเมื่อเจน Ai ตัวละครจึงมีหน้าตาที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม ผมโพสต์คลิปนี้ (ยาว 10 วินาที ที่ทำจากมือถือ) ในเพจ Jitdrathanee เมื่อ 28/9/2569, 18:03 น.

.

30/9/2569 กลับมาทำซ้ำอีกครั้ง เมื่อสามารถนำสายเราเตอร์ (Router) สอดขึ้นมาบนชั้นสอง จนสามารถต่อ Wi-Fi กับ PC ได้สำเร็จ เมื่อข้อมูลมีครบมากขึ้น จึงสามารถแก้ไขปัญหาตัวละครที่หน้าตาเพี้ยนไปจาก Character เดิมได้สำเร็จ จึงตัดต่อคลิปนี้ออกมาให้ชมกัน

.

ปัญหาหลักๆ ที่ผมยังต้องแกไขอยู่คือ การคุม Character ตัวละครให้หน้าตาและน้ำเสียงตรงกับที่เราออกแบบไว้ ซึ่งค่อนข้างทำได้ยากพอสมควร ประกอบกับการทำให้ฉากหลังยังคงเดิม (อย่างที่เราต้องการ) และการคุมเนื้อหาของเรื่องไม่ให้ดูแล้วสะดุด หรือเพี้ยนไปกลายเป็นคนละเรื่อง (เรียกได้ว่าต้องเจน Ai ทิ้งกันหลายคลิป กว่าจะได้อย่างที่ตรงใจสัก 1 คลิป) คิดว่า..คนที่ใช้ Ai สร้างละครหรือซีรีส์มือใหม่ ต้องเจอปัญหานี้กันทุกคน

.

จิด.ตระ.ธานี : Chao Phraya Jitdrathanee The Series

#Jitdrathanee

.

ป.ล. ฉากหลัง (ภาพนิ่งภาพแรกสุดในคลิป) คือสภาพน้ำท่วมภายในหมู่บ้านผมของจริงครับ

.

#FloodVictims #เจ้าพระยาจิดตระธานี #ปัญหาAi #น้ำท่วม69 #ThaiSeries #Ai

10/1 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมการใช้ Ai มาสร้างคลิปหรือแอนิเมชันแทนตัวเองนั้น ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายและเรียนรู้มากทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสถานการณ์น้ำท่วมที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยง การนำ Ai มาใช้ช่วยแทนตัวเองในคลิปวิดีโอไม่เพียงแต่เป็นการถ่ายทอดเหตุการณ์จริง แต่ยังเป็นการสะท้อนความรู้สึกและประสบการณ์เฉพาะตัวได้อย่างมีมิติ เรื่องที่ผมพบเจอและคิดว่าใครที่เริ่มใช้ Ai สร้างคอนเทนต์ควรระวังคือปัญหาตัวละครที่หน้าตาเพี้ยน ไม่เหมือนตามที่ออกแบบไว้ นี่เป็นปัญหาหลักที่ต้องปรับแต่ง prompt ใหม่หลายครั้งจนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อข้อมูลตัวละครถูกเก็บไม่ครบถ้วน หรือใช้งานแบบออฟไลน์ มีผลกับรายละเอียดของภาพและฉากหลังที่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ก็เพราะ Ai ต้องเข้าใจข้อมูลบริบทให้ครบถ้วนก่อนจะสร้างภาพที่แม่นยำได้ อีกเรื่องที่ต้องใช้ความพยายามคือการควบคุมเสียงและคาแรคเตอร์ให้ออกมาตรงกับที่เราวางแผนไว้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียง น้ำหนักคำพูด หรือการแสดงอารมณ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์น้ำท่วมจริง ๆ ที่ส่งผลต่อความรู้สึกของผู้ชม นอกจากนี้ การแก้ไขให้องค์ประกอบฉากหลังสอดคล้องกับเรื่องราวจริงกับคลิปยังต้องใช้เวลาฝึกฝนและลองผิดลองถูกอยู่มาก จากประสบการณ์นี้ ผมอยากแชร์ว่าการทดลองใช้ Ai ในงานวิดีโอจริง ๆ มีทั้งข้อดีที่ช่วยลดขั้นตอนการถ่ายทำ และข้อจำกัดที่ต้องอาศัยความอดทนและทักษะปรับแต่งค่อนข้างมาก เหมาะสำหรับผู้สร้างคอนเทนต์ที่ใจรักและพร้อมเรียนรู้การทำงานกับเทคโนโลยีนี้อย่างละเอียด นอกจากจะเพิ่มมุมมองการเล่าเรื่องผ่าน Ai แล้ว ยังเป็นการบันทึกเหตุการณ์จริงในแบบละครหรือซีรีส์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ท้ายที่สุด การใช้ Ai กับคอนเทนต์น้ำท่วมไม่เพียงแต่สร้างความตื่นตาให้กับผู้ชม แต่ยังเป็นช่องทางในการเผยแพร่ความช่วยเหลือและความเข้าใจในสถานการณ์ภัยพิบัติผ่านสายตาและเสียงของผู้ที่เผชิญจริง ซึ่งหากใครกำลังคิดจะเริ่มต้น อย่าลืมให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลที่ครบถ้วนและความละเอียดในการปรับแต่ง เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาปัง และไม่พังตามที่หลายคนกังวล