ลดน้ำหนัก 20 กิโล ✨ แบบคนขี้เกียจออกกำลังกายก็ทำได้ 🥹💪

เราเป็นคนที่พื้นฐานอ้วนมาตั้งแต่เด็กเลย พอช่วงขึ้น ม.5 เราเริ่มคิดว่าอยากเปลี่ยนตัวเองก่อนเปิดเทอมใหม่ เลยตัดสินใจสมัครฟิตเนส 💪

ตอนนั้นมีเทรนเนอร์ด้วย แต่ความจริงคือ…เราค่อนข้างขี้เกียจออกกำลังกาย 😅 เลยทำให้ช่วงแรกน้ำหนักไม่ได้ลงเยอะมาก แต่สิ่งที่รู้สึกได้คือ เวลากินอะไร น้ำหนักไม่ได้ขึ้นง่ายเหมือนเมื่อก่อน

พอเปิดเทอมมา เราเริ่มจริงจังกับการ คุมอาหาร มากขึ้น 🍽️

เราไม่ได้อด แต่จะเลือกกิน เช่น

• ตอนอยู่โรงเรียนจะกินแค่ ยำ

• งดน้ำตาล งดของหวาน 🍰🚫

• มื้อเย็นจะกินพวก สุกี้ / ยำ เป็นหลัก

พอคุมอาหารได้ประมาณ 2–3 เดือน ก็เริ่มเห็นผล น้ำหนักเริ่มลดลงจริง ๆ ✨

หลังจากนั้นเราก็ออกกำลังกายที่บ้านควบคู่ไปด้วย แต่เราไม่ชอบการออกกำลังกายที่ต้อง วิ่งหรือกระโดด เลยเลือกวิธีที่ตัวเองทำได้สม่ำเสมอแทน

เราเลยเลือก เล่นฮูลาฮูปวันละ 1 ชั่วโมง 🌀

📉 น้ำหนักของเรา

• เริ่มต้นประมาณ 64 กก.

• ตอนเข้ามหาลัยลดลงเหลือ 44 กก.

แต่พอเข้ามหาลัยก็เริ่มกินเยอะขึ้น 😆 ตอนนี้เลย เมนเทนน้ำหนักอยู่ประมาณ 52–53 กก. ซึ่งเป็นน้ำหนักที่เราค่อนข้างพอใจแล้ว แต่ก็มีแผนที่จะลดลงให้เหลือประมาณ 47-48 กก. เหมือนกัน ถ้าเราเจอทริกดี ๆ อะไรเดี๋ยวเราจะมาเขียนเพิ่มนะคะ 💗

#คุมอาหาร #ออกกำลังกาย #BeforeAfter #ประสบการณ์ลดน้ำหนัก

3/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงที่ได้ลดน้ำหนักเกือบ 20 กิโลกรัมด้วยวิธีง่าย ๆ ผมอยากแชร์เพิ่มเติมว่าการเลือกฮูลาฮูปแบบเชือกที่ไม่หนักเกินไปและไม่กดทับเอวมาก จะช่วยให้เล่นได้นานขึ้นโดยไม่เจ็บตัว และทำให้ออกกำลังกายสนุกกว่าการวิ่งหรือกระโดดที่บางคนอาจไม่ชอบ นอกจากนี้ การคุมอาหารไม่ได้แค่เรื่องปริมาณแต่สำคัญที่การเลือกกิน เช่น งดน้ำตาลและขนมหวาน ลดแป้งที่ย่อยง่าย และเน้นอาหารสดอย่างยำ และสุกี้ ซึ่งได้โปรตีนและผักเยอะ ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่รู้สึกอดอยาก สิ่งที่ผมพบว่าช่วยให้การลดน้ำหนักไม่ย้อนกลับคือการปรับพฤติกรรมการกินให้เป็นนิสัย เช่น เวลากินข้าวพยายามลดการทานจุกจิก และเลือกอาหารที่มีเส้นใยสูงช่วยให้อิ่มนานขึ้น สลับกับออกกำลังกายที่ทำได้อย่างสม่ำเสมอ เช่น การเล่นฮูลาฮูปที่บ้าน แม้บางวันจะขี้เกียจแต่ก็พยายามทำให้ครบอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง สำหรับใครที่กลัวน้ำหนักจะขึ้นเมื่อต้องเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่กินอาหารจัดจ้านเหมือนตอนที่ผมไปเรียนต่างประเทศ สิ่งสำคัญคือการมีวินัยและรู้จักปรับตัวเลือกอาหารที่เหมาะสมในแต่ละวัน และไม่กดดันตนเองจนเกินไป สุดท้ายอยากแนะนำให้ทุกคนมองว่าการลดน้ำหนักไม่ใช่การแข่งขัน แต่เป็นการดูแลสุขภาพและรู้สึกดีกับตัวเอง รู้จักฟังเสียงร่างกาย และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม เมื่อเจอวิธีที่ชอบและทำได้จริง ก็จะเกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืนตามมาแน่นอนครับ