🇱🇦 Laos Trip 3 Days 2 Nights

Day 2 : Vang Vieng

วันที่รอคอยของทริปนี้… วังเวียง เมืองเล็ก ๆ ที่รายล้อมไปด้วยภูเขาหินปูนและธรรมชาติสีเขียว บรรยากาศดีจนรู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้าลง 🌿⛰️

เริ่มต้นเช้าวันนี้ด้วยการนั่ง รถไฟความเร็วสูงลาว-จีน จากเวียงจันทน์ไปวังเวียง ใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง สะดวกมาก แถมวิวระหว่างทางก็สวยสุด ๆ 🚄

พอมาถึงก็เช็กอินที่ Mini Vang Vieng ที่พักวิวภูเขาและทุ่งนา บรรยากาศเงียบสงบ ตื่นมาเปิดประตูห้องก็เจอวิวหลักล้าน ถ่ายรูปได้แทบทุกมุม

จากนั้นไปพิชิต ผาหนามไซ ระยะทางเดินขึ้นประมาณ 350 เมตร ทางค่อนข้างชัน มีช่วงที่ต้องปีนหินบ้าง แต่พอขึ้นไปถึง บอกเลยว่าหายเหนื่อยทันที เพราะวิวด้านบนสวยคุ้มมาก มองเห็นภูเขา ทุ่งนา และตัวเมืองวังเวียงแบบ 360 องศา

ช่วงบ่ายแวะเล่นน้ำที่ Blue Lagoon น้ำใส สีฟ้าสวยสมชื่อ มีกิจกรรมให้เล่นทั้งกระโดดน้ำ ห่วงยาง และนั่งพักผ่อนริมบ่อน้ำ บรรยากาศเย็นสบาย เหมาะกับการคลายร้อนสุด ๆ 💙

ตกเย็นเดินเล่นที่ ถนนคนเดินเมืองวังเวียง บรรยากาศคึกคัก มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ของฝาก เสื้อผ้า และสตรีทฟู้ดให้เลือกเยอะมาก ได้เดินชิล ๆ ชิมอาหารท้องถิ่น พร้อมซึมซับเสน่ห์ของเมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ

✨ สรุป Day 2

* 🚄 นั่งรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน เวียงจันทน์ → วังเวียง

* 🏡 เช็กอินที่ Mini Vang Vieng

* ⛰️ เดินขึ้นผาหนามไซ ระยะประมาณ 350 เมตร

* 💙 เล่นน้ำที่ Blue Lagoon

* 🌃 เดินเล่นถนนคนเดินเมืองวังเวียง ชิมสตรีทฟู้ด และเลือกซื้อของฝาก

Day 2 เป็นวันที่ได้เห็นเสน่ห์ของวังเวียงครบทุกมุม ทั้งวิวภูเขาทุ่งนา ธรรมชาติที่สวยเกินคาด ทำให้ตกหลุมรักเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ได้ไม่ยากเลย 🇱🇦✨

วังเวียง

#เที่ยวลาวด้วยตัวเอง #เที่ยวลาว3วัน2คืน #เที่ยวหน้าฝน

8/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าพูดถึงวังเวียง สิ่งที่ทำให้ฉันประทับใจมากที่สุดก็ต้องเป็นเสน่ห์ของธรรมชาติและบรรยากาศแบบเมืองเล็กๆ ที่ยังคงความบริสุทธิ์และเงียบสงบอย่างลงตัว นอกจากการนั่งรถไฟความเร็วสูงลาว-จีนที่นั่งสบายและได้ชมวิวภูเขาสวย ๆ ระหว่างทางแล้ว การพักที่ Mini Vang Vieng ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ฟินมาก บรรยากาศในที่พักมีความเป็นส่วนตัวสูง มีวิวภูเขาและทุ่งนาให้ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ตลอดวัน ตื่นเช้ามาเปิดประตูห้องก็เหมือนได้เข้าสู่ภาพวาดธรรมชาติ สำหรับกิจกรรมเดินขึ้นผาหนามไซ ต้องบอกว่าท้าทายพอสมควร เพราะทางค่อนข้างชันและต้องปีนหิน แต่พอขึ้นไปถึงยอดแล้วมันคุ้มค่าเกินคาด วิวแบบ 360 องศาทำให้เรารู้สึกตัวเล็กลงเมื่อเทียบกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ รวมถึงยังมีเวลาพักผ่อนคลายร้อนที่ Blue Lagoon ซึ่งน้ำใสสีฟ้าสดใสจริงตามชื่อ ที่นี่มีกิจกรรมกระโดดน้ำและเล่นห่วงยางให้สนุกสนานเพลิดเพลิน เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ช่วงเย็นได้เดินเล่นบนถนนคนเดินเมืองวังเวียง ทำให้ได้สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างแท้จริง ทั้งร้านอาหารท้องถิ่น คาเฟ่เก๋ ๆ รวมถึงของฝากและสตรีทฟู้ดที่มีหลากหลายให้เลือกลิ้มลอง ซึ่งทุกอย่างมันเติมเต็มให้ทริปนี้มีความหมายและน่าจดจำมากยิ่งขึ้น โดยรวมแล้ว Day 2 ของผมถือเป็นวันที่ทำให้ตกหลุมรักวังเวียง เมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์จากภูเขาหินปูน ทุ่งนา และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อบอุ่น หากมีโอกาสอยากแนะนำให้ใครก็ตามที่กำลังวางแผนเที่ยวลาว ลองให้วังเวียงเป็นหนึ่งในสถานที่ของคุณครับ