#ฤดูไหนถึงใช่เรา

วันนี้มาป้ายยานิยายวายแนวแฟนตาซี วิญญาณ Vs มนุษย์ เขาจะอยู่ด้วยกันได้จริงหรือ กับเรื่อง #ฤดูไหนถึงใช่เรา

เป็นเรื่องราวของหนุ่มน้อยวัยยี่สิบ มีนามว่า 'โนอาห์' เขาเป็นเด็กกำพร้าที่มีบาทหลวงและซิสเตอร์เป็นผู้ดูแลมาตั้งแต่ยังน้อย

โนอาร์เป็นคนขยัน แสนดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ใครเห็นต่างก็พากันเอ็นดูเด็กคนนี้ ชีวิตโนอาห์ดำเนินไปอย่างปกติ ตื่นเช้าไปทำงาน เย็นก็กลับบ้านไปนอน จนกระทั่ง โนอาห์ได้งานใหม่ เป็นงานให้ไปดูแลพิพิธภัณฑ์ของตระกูล 'เจนคินส์' งานโดยปกติก็ไม่มีอะไร แค่เดินตรวจตราดูแลของห้ามให้ตกแตก

แต่มีอยู่หนึ่งประโยคที่เจ้านายได้พูดไว้ก่อนโนอาห์เริ่มงานคือ ในช่วงกลางดึกมักมีผู้ชายผมยาวดำ มายืนดูรูปปั้นเดวิด ให้ปล่อยผ่านไป ไม่ต้องไปสนใจ ตกกลางดึกวันเริ่มงาน โนอาห์ก็ได้เห็นผู้ชายคนนั้นตามคำบอกของเจ้านาย

วินาทีแรกที่ได้เห็นใบหน้าชัดๆ ก็ทำให้โนอาห์ตกหลุมรักทันที ใบหน้าที่เหมือนกับรูปปั้นเดวิดนั้น ทุกอย่างมันดูดีไปหมด ไม่อาจที่จะละสายตาได้เลย

โนอาห์คิดว่าเขาเป็นคนของตระกูลเจนคินส์เลยเดินเข้าไปชวนคุย จึงได้รู้ว่าชายคนนี้มีนามว่า 'วิลเลียม' หลังจากนั้นโนอาห์ก็มักเจอกับวิลเลียมทุกกลางดึก ในวันที่ฝนไม่ตก มีแสงจันทร์

การพบเจอในช่วงเหตุการณ์แบบนี้ทำให้โนอาห์แปลกใจ แต่ก็ไม่กล้าถามเจ้าตัว จนวิลเลียมเอ่ยประโยคคำถามหนึ่งขึ้นมา "ไม่กลัวชั้นรึ" เป็นประโยคที่ทำให้โนอาห์ได้ชุกคิด และมันก็มาพร้อมกับเฉลยว่าวิลเลียมไม่ใช่คน!!!

แล้ววิลเลียมเป็นใคร?

ทำไมถึงมาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของตระกูลเจนคินส์?

ปีศาจ? ผี? แต่จะเป็นอะไรก็ตาม โนอาห์ก็ได้ตกหลุมรักเขาคนนี้ไปแล้ว ไม่ต่างกับวิลเลียมที่ก็ได้ให้ใจไปกับเด็กน้อยโนอาห์คนนี้ แล้วเขาทั้งสองที่จิตวิญญาณต่างกัน จะอยู่ด้วยกันได้ไหม

ไปหาคำตอบของเรื่องนี้กันต่อได้ในรูปเล่มเลยยยย

ราคา 330.-

สั่งซื้อได้ที่Shopee กรอกโค้ดนี้ลงช่องค้นหาได้เลย : ASX-SFW-BTW

#KJกำลังขุดกองดอง #นิยายวาย

6/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการที่นิยายวายแนวแฟนตาซีอย่าง #ฤดูไหนถึงใช่เรา ได้นำเสนอความรักระหว่างวิญญาณกับมนุษย์ ถือเป็นเรื่องที่หายากและท้าทายมาก เพราะต้องผสมผสานความลึกลับเหนือธรรมชาติและความรู้สึกอบอุ่นของตัวละครในโลกปัจจุบันอย่างลงตัว จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเห็นว่าการตั้งคำถามเรื่องความเป็นไปได้ของความรักในโลกสองมิติอย่างนี้ ทำให้เรื่องราวน่าสนใจและต้องติดตามมากขึ้น เช่นเดียวกับโนอาห์ที่ต้องปรับตัวทั้งทางอารมณ์และจิตใจเมื่อรู้ว่าวิลเลียมไม่ได้เป็นมนุษย์ แต่กลับมีเสน่ห์ลึกลับที่ดึงดูดใจอย่างยากจะต้านทาน ฉากกลางดึกตามคำบอกเล่าของเจ้านายที่โนอาห์ได้เจอกับวิลเลียมภายใต้แสงจันทร์ และบรรยากาศที่ชวนให้จินตนาการถึงความลึกลับนั้น ทำให้ผู้เขียนสื่อสารถึงความเปราะบางของความรักและการยอมรับในสิ่งที่แปลกใหม่ได้อย่างน่าชื่นชม นอกจากนี้ การที่วิลเลียมถามว่า "ไม่กลัวชั้นรึ" เป็นบทสนทนาที่กระตุ้นให้ผู้อ่านคิดถึงเรื่องความกลัวและการเปิดใจต่อสิ่งที่ไม่คุ้นเคยในชีวิตจริง ความต่างของสองโลกนี้เกิดการผสานและท้าทายความเชื่อแบบดั้งเดิม ซึ่งถือเป็นจุดขายของนิยายเรื่องนี้ จากการได้อ่านและตามติดเรื่องราวนี้ ผมเชื่อว่าผู้อ่านที่ชื่นชอบนิยายวายและแฟนตาซีจะประทับใจกับความซับซ้อนของความรักข้ามโลกและบทเรียนชีวิตที่ซ่อนอยู่ในเรื่องนี้อย่างแน่นอน