สิ่งหนึ่งที่เรียนรู้คือ การที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 แล้ว make mistakes บ้าง เป็นเรื่องปกติ และไม่น่าอาย สนับสนุนให้คนกล้าพูดค่ะ #ภาษาอังกฤษ #พูดภาษาอังกฤษ

3/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมตอนที่เริ่มใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 เราติดอยู่กับคำว่า “ข้อบกพร่องทางภาษา” มาก ๆ กลัวพูดผิดแกรมมาร์ กลัวเลือกคำไม่เป๊ะ กลัวสำเนียงไม่เหมือนเจ้าของภาษา จนบางครั้งรู้สึกอยากเงียบไปเลย แต่พอได้เข้าประชุมงานจริง ๆ (โดยเฉพาะสายงานที่ต้องคุยเรื่อง Marketing/Brand) ถึงเข้าใจว่า “ข้อบกพร่อง” ไม่ได้เท่ากับ “สื่อสารไม่ได้” และคนส่วนใหญ่ไม่ได้ตัดสินเราหนักขนาดนั้น สิ่งที่ช่วยเปลี่ยนมุมมองได้คือแยกให้ออกว่า ข้อบกพร่องแบบไหน “กระทบความหมาย” กับแบบไหนเป็นแค่ “ความไม่เป๊ะ” เช่น ผิด s/es หรือใช้ tense ไม่ตรง บางทีคนฟังยังเข้าใจอยู่ แต่ถ้าใช้คำผิดความหมายหรือสลับประเด็น แบบนี้ค่อยเป็นจุดที่ควรแก้ก่อน วิธีของเราคือโฟกัสให้คนฟัง “จับประเด็นได้” มากกว่าพูดให้ถูกทุกจุด ทริคที่ใช้จริงเวลาเผลอพูดสะดุดหรือพูดผิด: 1) พูดช้าลง 10–20% แล้วจัดประโยคใหม่ ไม่ต้องรีบเติมคำให้ครบทุกคำ 2) ใช้ประโยคกันตายเวลาเรียบเรียงความคิด เช่น “So basically…”, “Let me rephrase that.”, “What I mean is…” 3) ถ้าไม่มั่นใจศัพท์ ให้ใช้คำง่ายแต่ชัด เช่น แทนที่จะพยายามใช้คำยาก ๆ ก็อธิบายด้วยประโยคสั้น ๆ ให้เข้าใจ 4) เช็กความเข้าใจด้วยคำถามสั้น ๆ เช่น “Does that make sense?” หรือ “Are we aligned on this?” อีกอย่างที่ช่วยมากคือเตรียม “โครงพูด” ก่อนประชุม โดยเฉพาะเวลาตาม agenda: เปิดด้วยสรุปหัวข้อ (“Today we’ll follow the agenda…”) ต่อด้วยประเด็นหลัก 2–3 ข้อ แล้วปิดด้วย Q&A (“and then we can have the Q&A”). โครงแบบนี้ทำให้แม้จะมีข้อบกพร่องทางภาษา คนฟังก็ยังตามได้ และเราจะมั่นใจขึ้นเอง สุดท้าย เราให้คะแนนตัวเองจาก “ผลลัพธ์การสื่อสาร” ไม่ใช่ความเพอร์เฟ็กต์ของภาษา ถ้าพูดแล้วทีมเข้าใจ เดินงานต่อได้ นั่นคือสำเร็จแล้ว ข้อบกพร่องทางภาษาจะค่อย ๆ ดีขึ้นจากการใช้ทุกวันจริง ๆ และความกล้าพูดคือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ BnB
BnB

คลิปจากงานจริงๆ ช่วยเราฝึกอังกฤษสำหรับทำงานได้มากเลยค่ะ ❤️❤️ ขอบคุณที่แชร์นะคะ

ดูเพิ่มเติม(1)