Automatically translated.View original post

Vegetables run out of trays and chili pastes that must be attached to the kitchen.

Eat with anything is delicious.

Cr. With rice

2/7 Edited to

... Read moreถ้าพูดถึงน้ำพริกที่ทำให้ “ผักหมดถาด” จริงๆ สำหรับเราคือ “แจ่วปลาร้าอีสาน” เลยค่ะ เพราะรสจะครบรสทั้งเค็มนัว เผ็ด เปรี้ยว หอมข้าวคั่ว กินกับผักต้มร้อนๆ หรือผักสดกรุบๆ ก็เพลินมาก วันไหนมีของย่างอย่างไก่ย่าง หมูย่าง ยิ่งเข้ากันสุด สูตรแจ่วปลาร้าอีสานที่ทำบ่อย (แบบแจ่วปลาร้าพริกป่น) - พริกป่น 1–2 ช้อนโต๊ะ (ปรับตามความเผ็ด) - ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ - หอมแดงซอย 2–3 หัว - ต้นหอม/ผักชีฝรั่งซอย (ใส่ตามชอบ) - น้ำมะนาว 1–2 ช้อนโต๊ะ - น้ำปลาเล็กน้อย (ถ้าปลาร้าเค็มมากอาจไม่ต้อง) - น้ำปลาร้าต้มสุก 2–3 ช้อนโต๊ะ (หัวใจของความนัว) - น้ำอุ่น 1–2 ช้อนโต๊ะไว้ปรับความข้น วิธีทำ: ผสมพริกป่น+ข้าวคั่วก่อน ตามด้วยหอมแดงและผักซอย เติมน้ำปลาร้าต้มสุก น้ำมะนาว แล้วชิม ปรับให้ได้เปรี้ยว-เผ็ด-เค็มนัวๆ ถ้าข้นไปเติมน้ำอุ่นนิดเดียว รสจะกลมและหอมมาก อีกเวอร์ชันที่ชอบมาก (แจ่วปลาร้าพริกสด) - โขลกพริกสดกับหอมแดงพอแตก ใส่ข้าวคั่วตามลงไป - เติมน้ำปลาร้าต้มสุก + น้ำมะนาว แล้วคนให้เข้ากัน แบบนี้จะหอมพริกสด เผ็ดจี๊ด สดชื่น กินกับผักต้มอย่างฟักทอง ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี หรือผักลวกต่างๆ คือหยุดไม่ได้ ทริคให้แจ่วปลาร้าไม่คาวและอร่อยขึ้น 1) ใช้น้ำปลาร้าต้มสุกเสมอ: ต้มให้เดือดแล้วพักให้เย็นก่อนค่อยนำมาปรุง กลิ่นจะนัวมากกว่าคาว 2) ข้าวคั่วต้องใหม่: คั่วเองหรือซื้อที่หอมๆ จะช่วยยกระดับรสชาติทันที 3) บาลานซ์รสด้วยเปรี้ยว: น้ำมะนาวช่วยตัดความเค็มนัวของปลาร้า ทำให้กินผักได้เยอะขึ้นแบบไม่เลี่ยน 4) อยากเข้มข้นแบบ “แจ่วปลาร้าต่อน” ให้ลดน้ำ ใส่ข้าวคั่วเพิ่มอีกนิด เนื้อจะข้นคลุกคลิก กินกับของย่างคือดี ไอเดียจับคู่ให้ผักหมดถาด - ผักต้ม: ฟักทอง ตำลึง บรอกโคลี ดอกกะหล่ำ ถั่วฝักยาว - ผักสด: แตงกวา กะหล่ำปลี ถั่วพู มะเขือเปราะ - เพิ่มความฟิน: ไข่ต้ม ปลาทูทอด หรือหมูย่างเล็กน้อย ก็กลายเป็นมื้อที่ครบและอร่อยมาก การเก็บรักษา: ถ้าผสมมะนาวแล้ว แนะนำทำพอทาน 1–2 มื้อค่ะ แต่ถ้าอยากเตรียมไว้ ให้ผสม “ฐาน” (พริกป่น/พริกสด+ข้าวคั่ว+น้ำปลาร้าต้มสุก) แช่เย็น แล้วค่อยบีบมะนาวก่อนกิน รสจะสดกว่า