Automatically translated.View original post

😭 Have you ever "cried" because of "work"? 💗💕

📌 Joe always thought that crying was weakness, whatever it was.....

For the lesson that happened.

🌟 for the past 10 years.

Two tears together, 🌟 and of course!

❤️‍🩹 it changed Joe forever. ❤️

Tears No. 1: Tears of "Unlocking My Own Limits"

2nd Tears: Tears for "Crossing Through Something New"

🔓 from lessons and events.

* * That is described in detail in the picture.

Make Joe grow up, grow up, develop more. 💞💕

It's not bad, and I want to repeat to my friends:

🌟 nothing... This could be

"Your most important step." All right. 🌟💕👍🏻

# Shin Jo Jung Kaen ♪ Under the desk # Desk # Trending

# Narrative at work

2025/8/2 Edited to

... Read moreถ้าคุณกำลังสงสัยว่า “อยู่ ๆ ก็ร้องไห้ เกิดจากอะไร” โดยเฉพาะเวลาทำงาน บอกเลยว่ามันไม่ได้แปลว่าคุณอ่อนแอเสมอไป บางทีมันคือสัญญาณว่าใจและร่างกาย “แบกเกินลิมิต” มานาน แล้วพอมีชนวนเล็ก ๆ ก็เลยไหลออกมาเอง จากประสบการณ์ที่เคยร้องไห้เพราะงานเหมือนกัน (และเคยคิดว่าห้ามร้องไห้เด็ดขาด) ฉันสังเกตว่ามักเกิดจากเหตุผลประมาณนี้ 1) ความเครียดสะสมจนร่างกายล้าแบบไม่รู้ตัว ช่วงที่งานแน่น เดดไลน์รัว ๆ หรือรับหลายโปรเจกต์พร้อมกัน เราอาจยังทำงานได้ “ด้วยความมั่นใจ” แต่ร่างกายใช้พลังสำรองไปเรื่อย ๆ พอถึงจุดหนึ่ง น้ำตาจะออกมาเหมือนเป็นวาล์วระบาย 2) ความกดดันจากความคาดหวัง (ของตัวเอง/หัวหน้า/ลูกค้า) บางคนทำงานสาย Sales หรือ AE จะเจอทั้งยอด ทั้งลูกค้า ทั้งทีม ถ้าเราตั้งมาตรฐานกับตัวเองสูงมาก วันหนึ่งแค่โดนทัก โดนถาม หรือโดนคอมเมนต์แรงนิดเดียว ก็สะเทือนลึกกว่าที่คิด 3) ต้อง “ข้ามผ่านสิ่งใหม่” ที่ไม่ถนัด การถูกโยนไปทำงานใหม่ เช่น งานเทคนิค งานเขียนโค้ด หรืองานที่ไม่ใช่สายเรา ทำให้รู้สึกไม่มั่นคง กลัวพลาด กลัวทำให้ทีมเสียหาย น้ำตามักมาพร้อมความคิดว่า “ฉันไม่เก่งพอ” ทั้งที่จริง ๆ เราแค่กำลังเรียนรู้ 4) ความรู้สึกผิด/อาย เมื่อคิดว่าตัวเองทำพลาด บางทีเราร้องไห้ไม่ใช่เพราะงานยาก แต่เพราะเราตีความว่ามันคือความล้มเหลว ทั้งที่มันอาจเป็นแค่ “ขีดจำกัดที่เพิ่งรู้จัก” และเป็นจุดเริ่มของการปลดล็อกลิมิตตัวเอง แล้วควรทำยังไงเวลาน้ำตาจะมา (หรือมาแล้ว)? - หยุดสั้น ๆ 3 นาที: หายใจลึก ๆ ดื่มน้ำ ลุกไปเข้าห้องน้ำ/เดินออกจากโต๊ะทำงาน เพื่อตัดวงจรอารมณ์ - ตั้งชื่อความรู้สึก: เครียด? กลัวพลาด? อาย? เหนื่อย? พอตั้งชื่อได้ เราจะจัดการมันได้ง่ายขึ้น - คุยกับหัวหน้า/คนที่ไว้ใจ: ไม่ต้องดราม่า แค่บอกข้อเท็จจริงว่า “ตอนนี้งานส่วนนี้เกินกำลัง ขอจัดลำดับ/ขอความช่วยเหลือ” การคุยทำให้เราไม่ต้องแบกคนเดียว - แยก “คุณค่าในตัวเอง” ออกจาก “ผลลัพธ์งาน”: งานพังไม่ได้แปลว่าเราพัง คุณยังพัฒนาได้เสมอ สุดท้าย ถ้าวันนี้คุณอยู่ ๆ ก็ร้องไห้เพราะงาน ให้มองมันเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญมาก—อาจเป็นก้าวแรกของการเติบโตเหมือนกัน ทั้งการปลดล็อกลิมิต และการยอมข้ามผ่านสิ่งใหม่แบบที่ไม่เคยทำมาก่อน