เลิกขายสินค้า ลูกค้าไม่ได้อยากได้สินค้า!!!

ลูกค้าไม่ได้ซื้อสินค้าหรือบริการ แต่ลูกค้าซื้อ "ผลลัพธ์" ที่เขาต้องการให้สำเร็จ แค่คุณเข้าใจ ทฤษฎีนี้คุณจะเข้าวิธีสร้างรายได้ได้อีกเพียบ...

หลักการที่ว่านี้เรียกว่า

"Job to be done" หรือขอเรียกสั้นๆ ว่า JTBD ละกันนะครับ

หลักง่ายๆ มีอยู่ว่า

1. มองปัญหาที่แท้จริงของลูกค้า เป้าหมายที่แท้จริงที่ลูกค้าต้องการ

แทนที่จะถามว่า "ลูกค้าชอบสินค้าแบบไหน?"

ให้ถามว่า "ลูกค้ากำลังพยายามทำอะไรให้สำเร็จ?"

2. โฟกัสที่งาน (Job) ไม่ใช่แค่สินค้า (Product)

เช่น คนไม่ได้ซื้อกาแฟเพราะกาแฟอร่อยอย่างเดียว แต่เพราะมัน ทำให้ตื่นตัว ทำงานได้ หรือใช้เป็นข้ออ้างในการหาที่นั่งทำงาน นั่งคุย

หรือทำให้ตัวเองดูดี

3. คิดแบบ "เจ้านาย/ลูกน้อง"

ลูกค้า "จ้าง" สินค้า/บริการของเราเพื่อทำงานบางอย่างให้สำเร็จ

ถ้าไม่พอใจหรือเจอสิ่งที่ดีกว่า เขาก็ "ไล่ออก" แล้วไปหาตัวใหม่

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ

Line man /Grab

คนไม่ได้จ้างเพราะ "แอปเจ๋ง" แต่เพราะ ต้องการให้เอาอาหารมาให้หรือไปถึงที่หมายแบบเร็วและไม่ต้องปวดหัวเรื่องรถ

Netflix

คนไม่ได้สมัครเพราะหนังเยอะ ภาพสวยแต่เพราะ อยากผ่อนคลายหลังเลิกงานหรือวันหยุดโดยไม่ต้องออกจากบ้าน

สินค้าออนไลน์ / Affiliate

คนกดลิงก์ซื้อของ ไม่ใช่เพราะเราส่งลิงก์ให้ แต่เพราะเราแก้ปัญหาหรือให้คำแนะนำ สิ่งที่เขาตามหาอยู่ ช่วยให้ชีวิตเขาดีขึ้นโดยไม่ต้องไปนั่งควานหาเอง

เห็นมั้ยครับว่าคนไม่ได้อยากได้แค่สินค้า พวกเขามีจุดมุ่งหมายหรือปัญหาบางอย่าง แค่คุณเข้าใจเรื่องนี้คุณจะเข้าใจวิธีตอบโจทย์และเอาใจลูกค้าได้อีกเพียบ

แล้วคุณล่ะอ่านบทความของผม

เพราะพวกคุณต้องการอะไรกันแน่

ลองคอมเมนต์บอกหน่อยนะครับ

จะได้หาความรู้ดีๆ มาเสิร์ฟให้

ได้ตรงใจมากขึ้น...

#ขายของ #ติดเทรนด์ #ไม่ได้ขายแต่ใช้แล้วชอบ #ไอเดีย

2025/8/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมสำหรับหลายคนที่ยังสงสัยว่า "Job to be Done" คืออะไร สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักว่าลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่ตัวสินค้า แต่พวกเขาต้องการผลลัพธ์หรือการแก้ปัญหาที่ชัดเจน ลองนึกถึงกรณีของสว่านที่เราทุกคนเคยเห็น ลูกค้าไม่ได้ซื้อสว่านเพราะต้องการสว่าน แต่ซื้อเพราะต้องการเจาะรูเพื่อแขวนของนั้นเอง นี่คือหัวใจของทฤษฎี JTBD ที่ช่วยให้เรามองลึกลงไปว่าสินค้าและบริการของเรามีส่วนช่วยทำให้งานของลูกค้าสำเร็จได้อย่างไร จากประสบการณ์ส่วนตัว เมื่อตระหนักถึงแนวคิดนี้ ผมเริ่มเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีนำเสนอสินค้า จากขายแค่คุณสมบัติของสินค้าเป็นการเน้นเสนอว่า "มันช่วยแก้ปัญหาหรือสร้างประโยชน์อะไรให้ลูกค้าได้บ้าง" สิ่งนี้ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าพวกเขาได้รับสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการจริง ๆ ไม่ใช่แค่ซื้อของมาใช้แล้ววุ่นวาย นอกจากนี้ การเข้าใจหลัก JTBD ยังช่วยให้เราสามารถปรับปรุงสินค้าและบริการได้อย่างต่อเนื่องตามความเปลี่ยนแปลงของความต้องการลูกค้า ช่วยให้ธุรกิจของเรายืนหยัดได้ในระยะยาว และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าด้วย สุดท้าย ผมอยากแนะนำให้ทุกคนลองสังเกตและถามตัวเองบ่อย ๆ ว่า ลูกค้าของเรากำลังพยายาม "ทำอะไรให้สำเร็จ" ผ่านสินค้าหรือบริการของเรา เพื่อที่เราจะได้นำเสนอสิ่งที่ใช่และตรงจุดที่สุดสำหรับพวกเขา