Automatically translated.View original post

Let's share the intern's edition of Seven Work Experience.🤍

On the first day, I was still confused about what to do. The face was not ready to work a lot because I was afraid that I could join my colleagues. But unexpected, my friends taught me a lot of friendly work. On the first day, I taught you to enter the machine. The first day was enough. I learned to enter the machine. The front of the top-up asked if it was heavy, but some morning shifts. Little customers added a little things. Afternoon shifts, a lot of customers.

Bec again late at night, not chaotic, only fill the items, fill the space

In total, it is not heavy, just have to meet various customers, just not enough rest, only a little holiday. The salary of 12,000-15,450 is also worth shifts. Currently practicing for 3 months, another 2 months is over. ☺️💘# Seven intern # Working students # Thank you for coming to watch

2025/12/21 Edited to

... Read moreเผื่อมีน้องๆ เด็กฝึกงาน/นักศึกษาฝึกงานกำลังตัดสินใจว่าจะไปฝึกงานที่ 7-ELEVEN ดีไหม เราขอแชร์สิ่งที่ “ควรรู้ก่อนเริ่ม” จากที่เจอจริง ๆ จะได้เตรียมตัวถูกค่ะ 1) วันแรกต้องเตรียมอะไรไปบ้าง - เอกสารฝึกงาน/บัตรนักศึกษา (บางสาขาขอดูเพื่อยืนยันตัวตน) - รองเท้าหุ้มส้นใส่สบาย เพราะยืนและเดินทั้งวัน - สมุด/โน้ตในมือถือไว้จดขั้นตอน (โดยเฉพาะการเข้าเครื่อง) - ทำใจไว้ว่าแรกๆ จะงง แต่พี่ๆ ส่วนใหญ่ใจดีและสอนทีละขั้นค่ะ 2) งานหลักของเด็กฝึกงานในร้านสะดวกซื้อ - เข้าเครื่องคิดเงิน: เรียนรู้การสแกนสินค้า รับเงิน ทอนเงิน และขั้นตอนพื้นฐานต่างๆ (ช่วงแรกจะตื่นเต้นมาก แต่ทำไปเดี๋ยวก็คล่อง) - เติมของ/ฟรอนท์สินค้า: เช็คของขาด เติมชั้น จัดหน้าร้านให้เรียบร้อย (งานนี้ทำบ่อยสุด) - โซนเดลิ (อาหารพร้อมทาน) และโซนเบค (ขนม/ของอบ): งานจะจุกจิกหน่อย ต้องจำตำแหน่งสินค้าและความสะอาดให้ดี 3) ความต่างของกะที่หลายคนอยากรู้ - กะเช้า: โดยรวมลูกค้าอาจยังไม่เยอะเท่าบ่าย เหมาะกับการฝึกงานพื้นฐาน เติมของ จัดร้าน ทำความสะอาด - กะบ่าย: ลูกค้าแน่น วุ่นวายขึ้น ต้องแบ่งเวลาระหว่างเข้าเครื่องกับเติมของ โดยเฉพาะช่วงเลิกเรียน/เลิกงาน - กะดึก: ลูกค้าน้อยลงบางช่วง เน้นเติมของ เก็บงาน และความเรียบร้อยของร้านมากขึ้น แต่ต้องจัดการเวลาให้ดีเพราะง่วงง่ายค่ะ 4) เรื่องเงินเดือน/ค่ากะ และความเหนื่อยที่ควรเผื่อใจ โดยรวมรายได้ของเด็กฝึกงานอาจอยู่แถวๆ 12,000–15,450 (แล้วแต่รูปแบบฝึกงาน/ชั่วโมง/สาขา) และบางที่มีค่ากะเพิ่มเติมด้วย สิ่งที่เหนื่อยจริงๆ ของเราคือ “พักผ่อนไม่พอ” กับ “วันหยุดน้อย” มากกว่าเรื่องงานหนักค่ะ 5) ทริคเล็กๆ ให้ฝึกงานรอดแบบสบายใจ - ถามทันทีถ้าไม่แน่ใจ (ดีกว่าทำผิดแล้วต้องแก้) - จำตำแหน่งสินค้าเป็นโซน จะเติมของไวขึ้นมาก - ยิ้มและทักลูกค้าไว้ก่อน บรรยากาศทำงานจะดีขึ้น - ดูแลตัวเองเรื่องนอนและกินน้ำ เพราะยืนทั้งกะจริงๆ หวังว่ารีวิวนี้จะช่วยให้น้องๆ นักศึกษาฝึกงานเห็นภาพชีวิตเด็กฝึกงานที่ 7-ELEVEN ชัดขึ้นนะคะ ถ้าให้สรุปคือ งานไม่ได้หนักเกินไป แต่ต้องอึดเรื่องเวลาและเจอลูกค้าหลากหลายค่ะ