Midnight Moon🌙

3/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังเล็ง “น้ำหอมโจลีน” แล้วอยากได้โทนหวานซ่อนเปรี้ยวแบบขี้เล่นๆ Midnight Moon เป็นตัวที่ฉันหยิบใช้บ่อยช่วงกลางวันไปจนถึงดินเนอร์ เพราะเปิดมาจะได้ฟีลผลไม้ชัด (ส่วนตัวรู้สึกถึงราสเบอร์รี่กับลูกพลัม) กลิ่นจะมีความเปรี้ยวอมหวานนิดๆ ไม่ใช่หวานเลี่ยน แล้วค่อยๆ นุ่มลงด้วยดอกไม้สีขาว ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยวานิลลาที่ทำให้ดูแพงและละมุนขึ้น เรื่องความ “หอมติดทน” ของน้ำหอมโจลีนตัวนี้ ในผิวฉันถือว่าทำได้ดีระดับหนึ่ง ถ้าวันไหนอยู่ห้องแอร์เป็นหลักจะรู้สึกว่ากลิ่นอยู่ได้หลายชั่วโมงแบบไม่ต้องเติมบ่อย แต่ถ้าเจออากาศร้อน/เหงื่อเยอะ กลิ่นจะอ่อนลงไวขึ้น แนะนำให้พกขวดเล็กเติมช่วงบ่ายหรือก่อนออกงาน จะกลับมาฟีล “สาวสวย แสนซน” ได้ทันที ทริคที่ทำให้ Midnight Moon ฟุ้งและอยู่ได้นานขึ้น (ใช้กับน้ำหอมโจลีนตัวอื่นก็ได้) คือ 1) ฉีดหลังอาบน้ำตอนผิวยังชุ่มนิดๆ หรือทาโลชั่นไม่มีกลิ่นก่อน 5 นาที กลิ่นจะเกาะผิวดีขึ้น 2) จุดฉีดที่ฉันว่าเวิร์ก: หลังหู ข้อมือ ข้อพับแขน และท้ายทอย ถ้าอยากให้คนเดินผ่านได้กลิ่นแบบละมุนๆ ให้ฉีดที่ไหปลาร้าด้วย 3) อย่าถูข้อมือหลังฉีด เพราะทำให้โน้ตผลไม้กับดอกไม้แตกไว กลิ่นจะเพี้ยนและจางเร็ว 4) ฉีดบนเสื้อผ้าได้ แต่ลองที่มุมเล็กๆ ก่อน โดยเฉพาะผ้าสีอ่อน โอกาสที่เหมาะ: ฉันว่าเป็นน้ำหอมผู้หญิงที่ใช้ได้ทั้งเดท คาเฟ่ ไปเรียน/ไปทำงาน (ถ้าฉีดไม่หนัก) และออกงานช่วงเย็น กลิ่นมีความเทียบเคาน์เตอร์แบรนด์ในโทนฟรุตตี้-ฟลอรัล-วานิลลา ทำให้ดูขี้เล่นแต่ยังมีความเซ็กซี่เบาๆ ถ้าคุณชอบน้ำหอมโจลีนที่ “หวานซ่อนเปรี้ยว แสนซน เจ้าเสน่ห์” และอยากได้ตัวที่ผลไม้เด่นแต่จบละมุนด้วยวานิลลา Midnight Moon เป็นตัวที่ควรลองจริงๆ