แยกให้ออกการสร้างวัตถุมงคลเนื้อนวโลหะเต็มสูตรสูตรโบราณกับปัจจุบันต่างกันยังไงแล้วไปตามหาพระเก่า😎

การสร้างพระกริ่งตามตำราโบราณเต็มสูตรเนื้อนวโลหะเนื่องจากทองคำและแร่บางชนิดในสูตรโบราณหายากและมีราคาสูงโดยเฉพาะการสร้างในพิธีพี่ใหญ่เพื่อแจกจ่ายให้กับเจ้าขุนมูลนายจำเป็นต้องใช้ช่างหลวงแกะพิมพ์ให้มีรูปลักษณ์อันงดงามละเอียดจะแตกต่างจากธรรมดาทั่วไปเพียงใช้สายตามองก็แยกแยะได้ว่าใช่หรือไม่ใช่///การสร้างวัตถุมงคลเนื้อนวโลหะที่ใช้ในงานหล่อทั่วไปในปัจจุบันจึงปรับลลดส่วนผสมให้เหลือ3ชนิดเพื่อให้ได้เนื้อโลหะที่คงทนและขึ้นสีได้สวยงาม…(สูตรปัจจุบัน )

1.ทองแดง=85%

2.เงิน=10%

3.สังกะสี=5%

รวม=100%(สำหรับการสร้างวัตถุมงคลเนื้อนวโลหะในปัจจุบัน)

สูตรโบราณใช้โลหะ9ชนิด

1.ชิน(ดีบุก+ตะกั่ว)=1บาท 2.22%

2.จ้าวน้ำเงิน(พลวง)=2บาท 4.44%

3.เหล็กละลายตัว=3บาท 6.67%

4.บริสุทธิ์(ทองแดงบริสุทธิ์)4บาท 8.89%

5.ปรอท=5บาท 11.11%

6.สังกะสี=6บาท 13.33%

7.ทองแดง=7บาท 15.56%

8.เงิน=8บาท 17.78%

9.ทองคำ=9บาท 20.00%

รวมทั้งหมด=45บาท 100%

ข้อสังเกตตามตำราโบราณสูตรนี้ไล่สัดส่วนเป็นขั้นบันไดตั้งแต่1-9มูลค่าสูงจะเห็นว่ามีส่วนผสมของทองคำสูงถึง20%และเงินอีก18%ตามลำดับทำให้พระเนื้อนวโลหะเต็มสูตรโบราณมีต้นทุนสูงมากและเมื่อหลอมเสร็จแล้วทิ้งไว้ผิวจะค่อยๆกลับดำสนิทอย่างงดงาม…

#พระกริ่งปวเรศ องค์นี้สร้างระหว่างปี2415-2416 มีน้ำหนัก29กรัมลองคำนวนต้นทุนสมัยนั้นกับสมัยนี้ดู

-มาตราชั่งไทยโบราณ(เช่นงานหล่อนวโลหะหรือยาไทย) 1บาท=15กรัมตามตำราทางราชการและแพทย์แผนไทยกำหนดให้ตัดตัวเลขเศษออกเพื่อความสดวกในการปรุงยาหรือหลอมโลหะ(45บาทคูณ15กรัม=675กรัมสูตรหนึ่งควรจะสร้างพระกริ่งได้กี่องค์และต้นทุนเฉพาะการสร้างควรจะอยู่ที่องค์ละเท่าไร

-ทองคำแท่ง(มาตรฐานสมาคมค้าทองคำมาตรฐานเครื่องประดับ)1บาท=15.244กรัม

-ทองคำรูป(มาตรฐานเครื่องประดับ)1บาท=15.16กรัม

6/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวในการศึกษางานหล่อพระกริ่งและการสร้างวัตถุมงคล พบว่า สูตรเนื้อนวโลหะเต็มสูตรที่ใช้โลหะ 9 ชนิดตามตำราโบราณนั้นมีข้อดีในเรื่องของความงดงามและความคงทนของผิววัตถุมงคล เพราะการมีทองคำอยู่ถึง 20% และเงินอีก 18% ช่วยให้เนื้อโลหะขึ้นสีสวยและมีมูลค่าสูง อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาทองคำและเงินที่สูงในปัจจุบัน การหล่อพระกริ่งตามสูตรเต็มจึงค่อนข้างมีต้นทุนที่มาก ทำให้ผู้ผลิตจำนวนมากเลือกปรับสูตรลดจำนวนโลหะเหล่านี้ลงหรือเปลี่ยนแปลงส่วนผสมให้ง่ายและประหยัดขึ้น เช่น การใช้เนื้อนวโลหะ 3 ชนิดหลักแทน เพื่อยังคงความทนทานและให้สีสันที่ดีโดยไม่สูงเกินไป นอกจากนี้ การคำนวณน้ำหนักและต้นทุนวัตถุมงคลด้วยมาตราชั่งไทยโบราณที่ 1 บาท เท่ากับ 15 กรัม เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะสามารถคำนวณเป็นน้ำหนักโลหะรวมและแบ่งจำนวนองค์พระกริ่งได้อย่างแม่นยำ ซึ่งช่วยให้ผู้สร้างตั้งราคาต้นทุนและราคาขายได้เป็นธรรมกับทั้งผู้ผลิตและผู้บูชา ในมุมมองของผู้ที่ชื่นชอบพระเครื่องและนักสะสม การทราบสูตรและส่วนผสมของเนื้อโลหะนั้นช่วยในการประเมินคุณค่าและตรวจสอบพระแท้ได้ด้วย อีกทั้งยังทำให้เห็นถึงภูมิปัญญาของช่างหล่อโบราณที่ใช้สูตรผสมโลหะอย่างละเอียดอ่อนและพิถีพิถัน ทำให้พระกริ่งแต่ละองค์มีความโดดเด่นและคุณค่าทางจิตใจแก่ผู้บูชาทั้งในอดีตและปัจจุบัน ดังนั้น การศึกษาสูตรเนื้อนวโลหะแบบโบราณจึงไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของวิธีผสมโลหะและเทคนิคหล่อเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงถึงวัฒนธรรมและความศรัทธาที่สืบทอดต่อกันมาอย่างลึกซึ้งอีกด้วย