Songkhla Marathon 2025
Too little practice. This job is tired./หาดสมิหลา
หลายคนอาจรู้จัก “joogy” จากโพสต์วิ่งต่าง ๆ ของผม เลยอยากมาเล่าประสบการณ์สงขลามาราธอน 2025 แบบจริงใจ งานนี้จุดที่ประทับใจสุดคือบรรยากาศแถวหาดสมิหลา ลมทะเลช่วยให้วิ่งเพลินในบางช่วง แต่ก็แอบทำให้ร่างกายล้าเร็วเหมือนกัน โดยเฉพาะถ้าวันนั้นอากาศร้อนหรือมีความชื้นสูง สิ่งที่ผมพลาดเองคือ “ซ้อมน้อยไป” พอถึงวันจริงระยะเริ่มสะสม ความเหนื่อยมาไวมาก เลยได้บทเรียนชัด ๆ ว่าต่อให้เรามีใจแค่ไหน ร่างกายก็ต้องพร้อมด้วย ถ้าใครจะลงงานวิ่งที่สงขลา (หรือสนามที่มีลม/อากาศทะเล) ผมแนะนำให้เผื่อแผนซ้อมอย่างน้อย 8–12 สัปดาห์ โดยเน้น 3 อย่างนี้: 1) วิ่งยาว (Long run) สัปดาห์ละครั้ง เพื่อให้ขาและหัวใจคุ้นกับเวลาวิ่งนาน ๆ 2) ซ้อมเพซ (Tempo/Interval) สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ช่วยให้คุมความเร็วได้ ไม่หลุดเพซตั้งแต่ต้น 3) ซ้อมแรง (Strength) เช่น สควอต ลันจ์ คอร์ วันละนิด 2–3 วัน/สัปดาห์ ลดโอกาสเจ็บเข่า/น่อง วันแข่งจริง ผมรู้สึกว่าการ “คุมเพซช่วงแรก” สำคัญมาก เพราะบรรยากาศสนุก คนเยอะ เรามักเผลอวิ่งเร็วเกิน แนะนำให้เริ่มช้ากว่าเพซเป้าหมายเล็กน้อยใน 3–5 กม. แรก แล้วค่อยไล่ความเร็ว ถ้าใครวิ่งริมทะเลอย่างหาดสมิหลา ให้สังเกตทิศลมด้วย บางช่วงเหมือนง่าย แต่พอกลับตัวโดนลมสวนจะเหนื่อยขึ้นทันที อีกเรื่องที่ผมอยากฝากคือการกิน-ดื่ม ก่อนปล่อยตัว 2–3 ชั่วโมงควรกินอะไรที่ย่อยง่าย (ขนมปัง กล้วย ข้าวต้ม) และระหว่างทางอย่ารอให้กระหายน้ำค่อยดื่ม โดยเฉพาะงานที่อากาศร้อน ส่วนเจล/เกลือแร่ถ้าใช้เป็นประจำก็พกไปเลย จะช่วยให้ไม่วูบกลางทาง สรุปสงขลามาราธอน 2025 สำหรับผมคือ “เหนื่อยแต่คุ้ม” วิวทะเลแถวสมิหลาช่วยฮีลใจมาก แม้ครั้งนี้จะซ้อมไม่ถึงแล้วโดนสอน แต่ก็ทำให้รู้ว่าถ้ากลับมาพร้อมกว่านี้ เวลาและความสนุกน่าจะดีกว่าเดิม ใครตามสไตล์ joogy อยู่ ลองเอาบทเรียนนี้ไปปรับใช้ แล้วไปสนุกกับสนามสงขลาด้วยกันครับ