Tdee
TDEE คือ “พลังงานที่ร่างกายใช้ต่อวันทั้งหมด” (Total Daily Energy Expenditure) พูดง่ายๆ คือจำนวนแคลอรีที่กินแล้ว “น้ำหนักคงที่” ถ้ากินมากกว่าค่า TDEE มีแนวโน้มเพิ่มน้ำหนัก ถ้ากินน้อยกว่าค่า TDEE มีแนวโน้มลดน้ำหนัก ซึ่งตอนเริ่มนับแคลเราใช้ค่านี้เป็นหลัก เพราะช่วยให้วางแผนปั้นหุ่นได้ไม่หลงทาง ค่า TDEE มักมาจากการคำนวณ 2 ส่วนรวมกัน: 1) BMR (Basal Metabolic Rate) = พลังงานพื้นฐานที่ร่างกายใช้แม้นอนเฉยๆ 2) Activity Level = ตัวคูณตามระดับกิจกรรม/การออกกำลังกาย วิธีคำนวณค่า TDEE แบบที่เราทำ (ง่ายและเร็ว): - เข้า TDEE Calculator (หลายเว็บใช้หลักการคล้ายกัน) - เลือกหน่วย Metric (จะกรอกเป็น ซม./กก. ง่ายกว่า) - ใส่ อายุ, เพศ, ส่วนสูง, น้ำหนัก - เลือกระดับกิจกรรมให้ “ตรงชีวิตจริง” เช่น • แทบไม่ออกกำลังกาย/นั่งทำงานทั้งวัน • ออกกำลังกาย 1-3 ครั้ง/สัปดาห์ • ออกกำลังกาย 4-5 ครั้ง/สัปดาห์ • ออกทุกวันหรือหนัก 3-4 ครั้ง/สัปดาห์ • หนักมาก 6-7 ครั้ง/สัปดาห์ หรือทำงานใช้แรง - กด Calculate แล้วจะได้ค่า TDEE (แคลอรี/วัน) พร้อมค่า BMR ให้ด้วย พอได้ “ค่า TDEE” แล้ว เอาไปใช้ยังไงให้คุมแคลได้จริง: - ถ้าต้องการ “ลดไขมัน”: ลองเริ่มลดจาก TDEE ประมาณ 10-20% (หรือราว 300-500 kcal/วัน) เพื่อให้ทำได้ยาวๆ ไม่หิวโหด - ถ้าต้องการ “เพิ่มกล้าม/เพิ่มน้ำหนักแบบไม่บวม”: เพิ่มจาก TDEE ประมาณ 5-15% แล้วดูน้ำหนัก/สัดส่วนรายสัปดาห์ - ถ้าต้องการ “รักษาน้ำหนัก”: กินใกล้เคียง TDEE แล้วโฟกัสคุณภาพอาหารและโปรตีน ทริคที่เราเจอบ่อยๆ ตอนนับแคล: - หลายคนเลือก Activity Level สูงไป ทำให้ค่า TDEE ออกมามากเกิน กินตามแล้วไม่ลด (เราเคยพลาดเหมือนกัน) ถ้าไม่ได้เดินเยอะจริง/ไม่คาร์ดิโอจริง แนะนำเลือกระดับกิจกรรมต่ำกว่าไว้ก่อน - ค่า TDEE เป็น “ค่าประมาณ” ควรชั่งน้ำหนัก/วัดรอบเอว 2-4 สัปดาห์แล้วปรับแคลตามผลจริง - ถ้ากำลังลดน้ำหนัก อย่ากดแคลต่ำเกินไป โดยเฉพาะผู้หญิงส่วนใหญ่ควรระวังการกินต่ำมากเป็นเวลานาน (ถ้ามีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์) สรุป: เข้าใจว่า TDEE คืออะไร + รู้ค่า TDEE ของตัวเอง = ตั้งเป้าคุมแคลได้ชัดขึ้น ไม่ต้องเดาสุ่ม ใครกำลังปั้นหุ่น แนะนำคำนวณไว้เป็น “เลขตั้งต้น” แล้วค่อยปรับจากผลจริง จะเวิร์กสุด


เปอเซนไขมันร่างกายหาจากไหนคะ