Automatically translated.View original post

Graduated for one year, how many credit cards??

The first jobber like us ended up having a credit card, right? One card has many benefits. Collect points, redeem discounts, redeem money. If you use it, it's worth a lot. 🤑💴

Now that I've been working for a year, I have two cards in my hand, KTC and KRUNGSRI cards, both of which have two cards because I use the installment. I said, I use it a lot. 😻

How many cards does everyone have? 🧐

* Credit card: Used sparingly and repayable in full as scheduled, will not lose 16% interest per year 🤧

# Credit card # firstjobber # Credit card ktc # Krungsri Credit Card # Finance

5/30 Edited to

... Read moreถ้าเป็น “บัตรเครดิต first jobber” สิ่งที่หลายคนสงสัยจริงๆ คือ ทำงานแค่ 1 ปีควรมีกี่ใบถึงจะพอดีและปลอดภัยสำหรับการเงินเราเอง จากประสบการณ์ส่วนตัว (เริ่มทำงานใหม่ๆ เหมือนกัน) คำตอบไม่ได้ตายตัว แต่มีหลักคิดที่ช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมาก 1) ทำไม first jobber ส่วนใหญ่เริ่มที่ 1 ใบก่อน สำหรับคนเริ่มทำงานใหม่ รายได้ยังไม่นิ่ง ค่าใช้จ่ายอาจยังจับทางไม่ได้ การมี 1 ใบช่วยให้เรา “ฝึกวินัย” ก่อน เช่น ฝึกดูรอบบิล วันครบกำหนด และวิธีจ่ายให้เต็มจำนวน พอชินแล้วค่อยเพิ่มใบที่ 2 จะคุมง่ายกว่า 2) แล้วกรณีไหนถึงเหมาะมี 2 ใบ (เหมือนที่ฉันทำ) ฉันมองว่า 2 ใบกำลังดี ถ้ามีเหตุผลชัดเจน เช่น - แยกหมวดใช้จ่าย: ใบหนึ่งใช้รูดค่าใช้จ่ายประจำ (กิน/เดินทาง/ของใช้) อีกใบเน้นโปรผ่อน 0% - แยกสิทธิประโยชน์: บางใบเด่น “สะสมแต้ม” ใช้ได้ทุกหมวด บางใบเด่นเฉพาะทาง เช่น ปั๊มน้ำมัน/ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือโปรร้านอาหาร/ไลฟ์สไตล์/ช้อปออนไลน์/ท่องเที่ยว - เผื่อกรณีฉุกเฉิน: มีอีกใบไว้สำรองเวลาใบหลักแตะเพดานวงเงินหรือระบบล่ม 3) เลือกบัตร first jobber ยังไงให้คุ้ม (แนวทางแบบใช้งานจริง) - ดูค่าธรรมเนียมรายปี: ถ้าเจอแบบฟรีตลอดชีพจะสบายใจมาก หรืออย่างน้อย “ฟรีปีแรก” และปีถัดไปมีเงื่อนไขยกเว้น - ดูเรทคะแนน/แต้ม: ถ้าเป็นสายสะสมแต้ม เลือกแบบได้ 1 คะแนนต่อ 25 บาท (พบได้บ่อย) แล้วดูต่อว่าแต้มแลกอะไรคุ้มจริง - ดูโปรเครดิตเงินคืน/ผ่อน 0%: ถ้าชอบซื้อของชิ้นใหญ่ การมีโปรผ่อน 0% นานหลายเดือนช่วยบริหารกระแสเงินสดได้ดี (แต่ต้องมั่นใจว่าจ่ายไหว) 4) กฎเหล็กของ first jobber: กันพลาดเรื่องดอกเบี้ย - ตั้งเป้า “จ่ายเต็มจำนวน” ทุกเดือน (Full Payment) เพื่อไม่เสียดอกเบี้ย - ตั้งเตือนวันตัดรอบ + วันครบกำหนดชำระในมือถือ - จำกัดจำนวนบัตรให้พอดีกับการจัดการ: ถ้าจำวันไม่ได้/เริ่มงงยอด แปลว่าบัตรเยอะไปสำหรับตอนนี้ 5) สรุปแบบตรงๆ: ทำงาน 1 ปีควรมีกี่ใบ? - เริ่มต้น: 1 ใบพอและปลอดภัยสุด - ถ้ามีเหตุผลเรื่องแต้ม/โปร/ผ่อน 0% และคุมวินัยได้แล้ว: 2 ใบกำลังดี - เกิน 2 ใบสำหรับ first jobber ทำได้ แต่ต้องมั่นใจว่า “จัดการไหว” และไม่ได้เปิดเพราะอยากได้ของแถมอย่างเดียว ถ้าใครเป็น first jobber เหมือนกัน ลองเช็กพฤติกรรมใช้จ่ายตัวเองก่อน แล้วค่อยเลือกบัตรที่ตอบโจทย์จริงๆ จะได้ใช้บัตรให้คุ้ม ทั้งสะสมแต้มและได้โปรดีๆ โดยไม่กลายเป็นภาระทีหลัง