Psalm 139: 1-18 THSV11
[1] O Yahweh, thou hast examined me, and known me. [2] When I sat down and rose up, thou hast known; thou hast understood my thoughts from afar. [3] Thou hast examined my ways and my sleep, and hast known all my ways. [4] Yahweh, even before my tongue spoke, thou hast known all my things. [5] You have surrounded me before and behind, and laid your hands on me. [6] This knowledge is wonderful beyond me, so high that I cannot reach [7]. Where can I go from your Spirit, or where can I escape from your presence? [8] If I go up to heaven, there you are; if I make my bed in the pit, there you are. [9] If I fly far to the east, or if I dwell on the edge of the western sea, [10] Even there your hand will lead me, and your right hand will seize me. [11] If I say, "Surely darkness will cover me, and the light around me shall be night." [12] For you, even darkness is not dark, night is as light as day, darkness as light. [13] For you have made pieces. And within me thou hast woven me into my mother's womb. [14] I thank thee, for thou hast made me a marvelous thing. Thy works are marvelous. I know well. [15] My outline was not hidden from thee when I was made in secret, and fabricated in the depths of the earth. [16] Thy eyes have seen me from the time that I was not shaped. All the days that have been ordained for me have been written in thy book from that day. [17] For me, O God, many are your precious thoughts gathered together. [18] If I were to count it, it would be more than a grain of sand; when I awoke, I would still be with you.
https://bible.com/bible/174/psa.139.1-18.THSV11
สดุดีบทนี้ช่วยทำให้เราเห็นภาพลึกซึ้งถึงความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ที่พระองค์สร้างขึ้นอย่างอัศจรรย์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรู้และความเข้าใจที่ทรงมีต่อเราทุกคนอย่างไม่สิ้นสุด ตั้งแต่เราอยู่ในครรภ์มารดาจนถึงทุกช่วงเวลาของชีวิต พระองค์ทรงรู้จักเราทุกความคิด ความรู้สึก และการกระทำลึกซึ้งยิ่งกว่าที่เราเองจะรู้จักตัวเองเสียอีก ข้อความในข้อ 16 ที่ระบุว่า "พระเนตรของพระองค์เห็นข้าพระองค์ตั้งแต่ยังไม่เป็นรูปทรง วันทั้งสิ้นที่กำหนดให้ข้าพระองค์นั้น ถูกบันทึกไว้ในหนังสือของพระองค์ ตั้งแต่ยังไม่มีวันนั้นเลย" แสดงถึงการดูแลและกำหนดแผนการสำหรับชีวิตเราไว้ล่วงหน้า ด้วยความรักและพระเมตตาที่ไม่มีที่สิ้นสุด นี่เป็นแง่มุมที่สำคัญที่เตือนใจให้เราเชื่อมั่นและวางใจในพระเจ้าที่คอยดูแลทั้งในช่วงเวลามืดมนและสว่างไสวของชีวิต นอกจากนี้ บทสดุดียังสะท้อนถึงความคิดว่าความมืดและความสว่างสำหรับพระเจ้าเป็นเรื่องเดียวกัน และไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่จะหลบเลี่ยงจากพระหัตถ์ของพระองค์ได้ ความเข้าใจนี้ช่วยให้ผู้เชื่อสามารถพึ่งพาพระเจ้าในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือเกิดอะไรขึ้นก็ตาม การที่พระเจ้าทรงทราบทุกความคิดและทุกก้าวย่างของเรานำมาซึ่งความรู้สึกปลอดภัยและการเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจในการดำเนินชีวิตประจำวัน พิสูจน์ให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้านั้นเป็นไปในทางที่ลึกซึ้งและเปี่ยมด้วยความรัก ซึ่งผู้เขียนสดุดีได้ถ่ายทอดอย่างแท้จริงและน่าประทับใจ สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทสดุดีนี้ในพระคัมภีร์ THSV11 แนะนำให้ไตร่ตรองข้อพระคัมภีร์อย่างช้าๆ และเปิดใจรับความรู้สึกถึงการอยู่ใกล้ชิดกับพระเจ้า และเข้าถึงความหมายที่ลึกซึ้งในเนื้อหาที่พระเจ้าต้องการสื่อสารผ่านบทเพลงสดุดีนี้ โดยสรุป สดุดี 139:1-18 ไม่เพียงแต่เป็นบทเพลงที่มีความสวยงามทางภาษา แต่ยังมีเนื้อหาที่ให้กำลังใจ ช่วยเสริมสร้างศรัทธา และเตือนใจผู้เชื่อถึงความรักและความห่วงใยอันไม่มีที่สิ้นสุดของพระเจ้าที่มีต่อชีวิตมนุษย์ทุกคนอย่างแท้จริง.
