ลงทุนในอะไรก็ว่าคิดเยอะแล้ว แต่จะลงเท่าไหร่นั้นเยอะกว่า
ลงทุนในอะไรก็ว่าคิดเยอะแล้ว แต่จะลงเท่าไหร่นั้นเยอะกว่า 50-30-20 5-6 โหล หรืออะไรก็แล้วแต่ก็ยังไม่เข้ากับสไตล์เรา ตั้งแต่ทำงานมานี้ก็มีการปรับเปลี่ยนมาสัดส่วนตลอดหาที่พึ่งพอใจไม่ได้ ใส่อันนี้น้อยไปก็เสียดาย ใส่อันนั้นมากไป อันอื่นก็จะไม่ได้ สัดส่วนทุกวันนี้ยอมรับเลยว่าก็ยังไม่ลงตัวหาบาลานซ์ไม่ได้ตอนนี้แบ่งได้ 1.ใช้จ่าย 2.ฉุกเฉิน 3.เกษียน 4.รวยเร็ว 5.ความฝัน(บ้าน) อีกไม่นานกำลังจะเพิ่มอีกหนึ่งอย่างคือ ฟุ่มเฟือย แต่คงจะไม่ให้สัดส่วนอะไรมากเอาไว้เติมเต็มนิด ๆ หน่อย ๆ ในแต่ละเดือน แค่อยากจะบอกว่าแผนการเงินไม่สามารถจะลอกเลียนแบบกันได้หาทางที่ใช่ ที่มีความสุขไม่ต้องวุ่นวายเรียบง่ายไม่ตึงไม่หย่อนเกินไป
ปัจจุบันผม เก็บ 73% ใช้ 27% (อนาคตอยากขยับส่วนเก็บไป 80% แต่ยังยากเพราะ 27% นั้นแทบจะล็อคไว้แล้วรอวันที่จะเพิ่มแค่นั้นส่วนหนึ่งคือให้พ่อแม่ผมอยากจะเพิ่มสัดส่วนมานานแล้วแต่ติดที่ว่าก็ยังอยากสร้างตัวอยู่) พอมาแจกแจงแต่ละที่จะได้
1.ใช้จ่าย = 27%
2.ฉุกเฉิน = 5%
3.เกษียน = 13%
4.รวยเร็ว = 45%
5.ความฝัน(บ้าน) = 10%
6.ฟุ่มเฟือย = 0% (ถ้าถามว่าไม่ฟุ่มเฟือยเลยเหรอ ก็มีบ้างครับแต่นานนนๆๆๆ จะใช้เงินจากข้อ 1 (ใช้จ่าย) แทน แต่ก็ไม่ได้ชิ้นใหญ่ ราคาหลักร้อยพันนิด ๆ ไม่เกินนี้)
ตรงนี้ยังไม่รวมเงินพิเศษที่เข้ามาอีกนะ เงินพวกค่าจ้าง กรรมการ หรือมีคนให้ ผมแบ่ง 50:50 ลงในส่วน ความฝัน(บ้าน) และ รวยเร็ว อย่างละเท่า ๆ กันเลย
เห็นไหมครับการจัดสัดส่วนผมไม่เหมือนสูตรใครเลยแต่ถ้ามองภาพใหญ่ผมก็ได้รับอิทธิพลมาจากโค้ชหนุ่ม และอีกหลาย ๆ คนมายำผสมรวมกันจนออกมาหน้าตาแบบนี้แต่มันก็ยังไม่ลงตัวเท่าไหร่อีกหน่อยซื้อบ้าน หรือได้ คศ.3-4 อนาคตก็คงต้องเปลี่ยนปรับสัดส่วนกันใหม่แต่ก็จะยังคงหน้าตาแบบนี้ไปเรื่อย ๆ
แล้วท่านอื่นแบ่งเงินบริหารกันยังไงกันบ้างครับมาแชร์ให้ครูลงทุน เผื่อครูและอีกหลาย ๆ จะได้ไอเดียหรือแนวคิดใหม่ ๆ มาปรับใช้กันบ้าง
จากประสบการณ์ในการบริหารจัดการเงินส่วนตัว ผมพบว่าไม่มีสูตรตายตัวที่เหมาะกับทุกคน เพราะแต่ละคนมีเป้าหมายและวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน สำหรับผมเอง การแบ่งสัดส่วนเงินก้อนใหญ่เป็นหลายส่วน เช่น ใช้จ่ายฉุกเฉิน เกษียณ รวยเร็ว และความฝันอย่างบ้าน เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผมรู้สึกควบคุมสถานการณ์ทางการเงินได้มากขึ้น เมื่อพูดถึงการจัดสัดส่วนเงิน ก็มักจะได้ยินสูตรมาตรฐานอย่าง 50-30-20 หรือแบบอื่น ๆ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการปรับให้เข้ากับพฤติกรรมและเป้าหมายของตัวเอง เช่น ผมให้ความสำคัญกับการเก็บและลงทุนมากถึง 73% และเหลือใช้จ่ายที่ 27% ซึ่งอาจจะแตกต่างจากคนอื่น เพราะผมตั้งใจจะเพิ่มการเก็บให้ถึง 80% ในอนาคต อีกเรื่องที่ผมใส่ใจคือการไม่ได้ตัดความสุขของตัวเองทิ้งไป เพราะจะมีส่วนของ "ฟุ่มเฟือย" เล็ก ๆ เพื่อเติมเต็มความสุขในชีวิตประจำวัน แม้ว่าสัดส่วนนี้จะยังไม่ได้วางลงอย่างเป็นทางการ แต่ก็ช่วยไม่ให้รู้สึกเครียดหรือจำกัดตัวเองจนเกินไป ผมเองยังแบ่งเงินพิเศษที่ได้รับ เช่น ค่าจ้างหรือเงินพิเศษออกเป็นสองส่วนคือ "ความฝัน" และ "รวยเร็ว" อย่างละครึ่ง เพื่อให้ทั้งความฝันระยะยาวและการเพิ่มพูนทรัพย์สินเดินหน้าไปพร้อมกัน สุดท้าย การบริหารเงินต้องมีความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ เช่น เมื่อมีแผนจะซื้อบ้านหรือเป้าหมายใหม่ ๆ ก็ต้องปรับสัดส่วนเงินตามให้เหมาะสม เพื่อให้รองรับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตจริง และไม่ทำให้เรารู้สึกว่าการจัดการเงินเป็นภาระหนัก หากคุณกำลังสับสนกับการจัดสรรเงิน ลองเริ่มจากสร้างสัดส่วนตามเป้าหมายใหญ่ก่อน แล้วค่อย ๆ ปรับตามความเหมาะสมและความสุขของตัวเอง คุณอาจพบวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับชีวิตของคุณเองก็ได้ครับ
