Automatically translated.View original post

♨️ 2 trips, famous of Beppu in one day! 🔥💙❤️

If you visit Beppu, Oita Prefecture, don't miss two amazing hot springs that nature has created.

💙 Umi Jigoku (Sea Hell)

Turquoise blue water is as bright as a tropical sea, but in fact it has a temperature above 90 ° C!

White steam floats around the area, providing an atmosphere like a fairy tale world, one of Beppu's most beautiful landmarks. 📸✨

❤️ Chinoike Jigoku (Bloody Hell)

The unique deep red well, formed of natural minerals underworld, is so colorful that it has been nicknamed "bloody hell" and is one of Japan's oldest hot springs. 🔥♨️

✨ The sky is like the sea.

✨ Red as lava.

✨ The real magic of nature.

🇯🇵 come to Kyushu, stop by the "Jigoku Meguri" or the Beppu Hell Tour for once, and know that Japanese nature is more amazing than you think!

# Kyushu # Beppu # UmiJigoku # ChinoikeJigoku # Japan trip# Oita # JigokuMeguri # JapanTravel # Kyushu Trip # JapanLover

6/24 Edited to

... Read moreเมื่อได้มีโอกาสมาเยือนเมืองเบปปุ จังหวัดโออิตะ ผมได้สัมผัสประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจด้วยตนเองกับการเดินชมบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่เรียกว่า "Jigoku" หรือ "บ่อนรก" ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องความงดงามและลักษณะพิเศษของน้ำที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน บ่อนรกที่เรียกว่า Umi Jigoku หรือ "บ่อนรกทะเล" เป็นสถานที่ที่น่าหลงใหลมาก น้ำในบ่อเป็นสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สดใสเหมือนกับทะเลเขตร้อน แต่จริงๆ แล้วน้ำมีอุณหภูมิสูงถึง 90°C ไอน้ำขาวที่ลอยขึ้นมาปกคลุมทั่วบริเวณ ทำให้บรรยากาศชวนให้นึกถึงโลกแห่งเทพนิยายที่มีความสวยงามสะกดใจมาก ผมชอบมุมถ่ายรูปที่มีไอน้ำลอยละล่อง เพราะช่วยเพิ่มความลึกลับและมีชีวิตชีวาให้กับภาพถ่าย การเดินชมรอบบ่อนี้ช่วยให้ได้ความรู้สึกสงบและรู้สึกถึงพลังธรรมชาติอย่างแท้จริง อีกบ่อที่ไม่ควรพลาดคือ Chinoike Jigoku หรือ "บ่อนรกเลือด" ที่มีน้ำสีแดงเข้มเกิดจากแร่ธาตุธรรมชาติใต้พิภพ สีแดงราวลาวาที่ไหลหมุนเวียนในบ่อนี้เป็นสีสันที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร ผมรู้สึกประทับใจกับประวัติศาสตร์ของบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ที่ถือเป็นหนึ่งในบ่อน้ำพุร้อนเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความลึกลับ ผสมผสานกับความงดงามทางธรรมชาติที่น่าทึ่ง สำหรับใครที่มีเวลาจำกัด การเที่ยวบ่อนรกทั้งสองแห่งพร้อมกันในวันเดียวถือเป็นไอเดียที่ดีมาก เพราะแต่ละสถานที่แม้จะอยู่ใกล้กัน แต่ให้ความรู้สึกและประสบการณ์ที่แตกต่าง นอกจากนี้ ในบริเวณนั้นยังมีจุดบริการข้อมูลและร้านกาแฟให้พักผ่อน ทำให้การเดินทางสะดวกและเพลิดเพลินมากขึ้น โดยรวมแล้วทริปบ่อนรกเบปปุนี้เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ผมรู้สึกว่าคุ้มค่ามาก ทั้งเรื่องของทิวทัศน์ที่ตระการตา และการเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและวัฒนธรรมญี่ปุ่น เป็นการเปิดโลกทัศน์ที่ทำให้ผมชื่นชมความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่ถูกสร้างสรรค์ไว้อย่างน่าทึ่งจริงๆ