ไม่มีลูกแก่ไปจะอยู่ยังไง?

คำถามที่คน 30+ ไม่มีลูกถูกถามบ่อยที่สุดคือ

"ไม่มีลูก แก่ไปใครจะเลี้ยง?"

หลายคนที่ถามคำถามนี้ ไม่ได้อยากฟังคำตอบ เขาแค่อยาก confirm สมมติฐานของเขาว่า คนไม่มีลูกแก่ไปลำบากแน่ๆ

แต่ผมต้องมีคำตอบให้ "ตัวเอง" ครับ

เพราะการไม่มีลูกคือเงื่อนไขชีวิตที่ผมเปลี่ยนไม่ได้

และผมต้องอยู่กับมันไปอีก 50 ปี

.

คำตอบของผมคือ ใช้ชีวิตอย่างมีกลยุทธ์ (Strategy)

ผมเริ่มจากการมองปลายทางก่อน

ผมไม่ได้อยากแค่ "อยู่รอด" ตอนแก่ ผมอยาก "มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีชีวิตที่มีศักดิ์ศรี"

คำว่าศักดิ์ศรีฟังดูสวย แต่มันคลุมเครือ ผมเลยให้คำนิยามใหม่ในบริบทนี้ว่า

ศักดิ์ศรี = Autonomy

Autonomy = ความสามารถในการใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ตัดสินใจเองได้ ดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องอยู่ในความควบคุมของใคร

เพราะการพึ่งพาคนอื่นแบบ "ไม่มีทางเลือก" คือจุดที่ศักดิ์ศรีเริ่มหาย

.

เพื่อปกป้อง Autonomy ของตัวเอง ผมยืนบน 3 เสา

ผมเรียกมันว่า BMM Framework

B: Body: ร่างกายที่แข็งแรง ดูดีตามวัย เคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง

M: Mind: จิตใจที่ยืดหยุ่น เจอวิกฤตแล้วโตขึ้น เรียนรู้สิ่งใหม่ได้

M: Money: ความมั่นคงทางการเงิน ทั้งเงินเก็บ เงินลงทุน และการป้องกันความเสี่ยง

3 เสานี้เป็น Feedback loop ของกันและกัน

เสาใดดี จะลากเสาอื่นให้ดี เสาใดพัง จะลากเสาอื่นให้พังด้วย

นี่คือเหตุผลที่ self-care คือกลยุทธ์ครับ

.

แต่ Framework ไม่มีค่า ถ้าไม่ถูกแปลงเป็น System

ตัวอย่างคร่าวๆ

Body:เทรน strength training รักษามวลกล้ามเนื้อ + ลงทุนในแผนดูแลผิวและหัตการประจำปี (เพราะหลัง 40 ทั้งกล้ามเนื้อและคอลลาเจนหายเร็วมาก)

Mind: อ่านหนังสือสัปดาห์ละเล่ม + journaling ตอนเช้า (เพื่อให้ mindset ยัง relevant กับโลก)

Money: DCA เข้าพอร์ตลงทุนทุกเดือน + มี emergency fund + ประกันชีวิตปกป้อง downside

.

ข้อดีของการมี BMM Framework คือ มันเปลี่ยนคำถามในหัวผม

แทนที่จะถามตัวเองว่า "ไม่มีลูกแก่ไปจะทำยังไง"

ผมถามว่า "วันนี้ผมจะปรับ System ของ BMM ยังไง ให้ตัวเองในอีก 30 ปีไม่ลำบาก"

คำถามแรกทำให้กลัว

คำถามที่สองทำให้ลงมือ

.

การมีลูกไม่ใช่แผนเกษียณ และการไม่มีลูกก็ไม่ใช่ความเสี่ยง

ความเสี่ยงคือการไม่มีระบบดูแลตัวเอง

เพราะสุดท้าย คนที่ต้องอยู่กับตัวเราตลอด 24 ชั่วโมง ไปจนวันสุดท้าย

ไม่ใช่ลูก ไม่ใช่คู่ชีวิต

คือตัวเราเอง

.

Self-care คือกลยุทธ์

เจ (Jpybara)

#ไม่อยากมีลูก #ไม่มีลูก #วางแผนชีวิต #วัย30 #jpybara

กรุงเทพมหานคร
5/25 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเชื่อว่าการไม่มีลูกไม่ได้หมายความว่าชีวิตวัยสูงอายุจะต้องลำบากหรือตกอยู่ในสถานะพึ่งพาผู้อื่น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการวางแผนและเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ อย่างรอบด้าน กลยุทธ์ BMM Framework ที่แบ่งเป็น Body, Mind และ Money เป็นแนวทางที่ช่วยให้ผมรู้สึกมั่นใจมากขึ้นว่าตัวเองจะยังคงมีสุขภาพกายและใจที่ดี พร้อมด้วยฐานะทางการเงินที่มั่นคง มีอิสระในการตัดสินใจและดูแลตัวเองอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นจนเกินไป สำหรับเสา Body นั้น การฝึก strength training ช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของร่างกายให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในวัยผู้สูงอายุ รวมถึงการลงทุนด้านการดูแลผิวพรรณและสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ช่วยป้องกันความเสื่อมตามวัย ในส่วนของ Mind ผมพบว่าการอ่านหนังสือสัปดาห์ละเล่มและการจดบันทึกความคิดทุกเช้า (journaling) ช่วยให้จิตใจยืดหยุ่น ยอมรับการเปลี่ยนแปลง และยังคงเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ สิ่งนี้ทำให้ผมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดในชีวิต ด้าน Money ผมแนะนำให้มีวินัยในการออมและลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เช่น วิธี DCA เพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินและสร้างความมั่นคง รวมทั้งมีเงินสำรองฉุกเฉินและประกันชีวิตเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น สิ่งสำคัญที่ผมเน้นคือการแปลง Framework ให้กลายเป็นระบบที่ปฏิบัติจริงได้ในชีวิตประจำวัน นี่คืออีกเหตุผลว่าทำไม self-care ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่เป็นกลยุทธ์ชีวิตทั้งหมดที่ช่วยปกป้อง Autonomy หรือศักดิ์ศรีการมีชีวิตด้วยตัวเอง สุดท้ายแล้ว คนที่ต้องอยู่กับเราไปตลอดชีวิตก็คือตัวเราเอง ไม่ใช่ลูกหรือใครอื่น ดังนั้นการดูแลตัวเองอย่างมีระบบจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ชีวิตวัยสูงอายุนั้นมีความสุข มีความมั่นคง และมีศักดิ์ศรีอย่างแท้จริง

17 ความคิดเห็น

รูปภาพของ toow
toow

ต่อให้มีลูก ก็ต้องสร้างเสา BMM ไว้

รูปภาพของ KA
KA

จริงค่ะ..ถ้าเราไม่มีลูกไม่ว่าเพราะสาเหตุใด เราก็ต้องอยู่ให้ได้ ทำไงได้หล่ะ..ยังไงเราก็ต้องวางแผนชีวิตให้อยู่ได้อยู่แล้ว จะสนใจคนอื่นทำไม(เผือก)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม