รีวิวตัวเอง เริ่ม!!
#รีวิวคนสำคัญ รักคนอื่นได้ เห็นคนอื่นสำคัญในชีวิตได้
แต่อย่าพึ่งลืม “รักตัวเอง” “เห็นความสำคัญของตัวเอง” ล่ะ🥰
คำติดปากของเราคือ “โตแล้วน่า” “หนูโตแล้ว” “รู้น่า…โตแล้ว” ใครชอบพูดแบบนี้แล้วมารู้ซึ้งคำนี้ตอนที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วจริงๆกันบ้างคะ จำขึ้นใจเลย ผู้ใหญ่ก็จะสวนคืนทันทีว่า “แล้วจะรู้สึก”
ถ้าใครได้เคย อ่านโพสก่อนหน้า ฝนคือเด็กที่โตมาหลายบ้าน หลายพ่อแม่ หลากหลายการเลี้ยงดู และนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของการเป็นผู้ใหญ่ในทุกวันนี้
ยกตัวอย่างนะ : ตื่นเช้าให้เป็น มีงานบ้านประจำตัว ทำเสร็จจะไปนอนต่อ ทำอะไรส่วนตัวตามสบายได้ทั้งวัน เวลาผู้ใหญ่ทำอะไรให้เข้าไปถามว่ามีอะไรให้ช่วยมั้ย เข้าครัวกับผู้ใหญ่ ช่วยนิดหน่อยล้างผักเด็ดพริกอะไรประมาณนั้น และนี่แหละทำให้เรามีสกิลการทำอาหารติดตัวมาแบบไม่รู้ตัวเลย ถ้าอยากไปเล่นเที่ยวกับเพื่อนได้อยู่ ขอแค่กลับก่อนตะวันตกดิน และทั้งหมดทั้งมวลเพราะว่าเราเป็นผู้หญิง
และก็เคยเคยผ่านช่วงหัวรั้นมาแล้วนะ ถึงขั้นจะหนีออกจากบ้าน บอกที่บ้านว่าจะออกไปอยู่หอกับเพื่อน แล้วเค้าก็พูดว่า “ถ้าคิดว่ารอดก็ไป” นอนคิดอยู่คืนนึง สรุปนอนอยู่บ้านเหมือนเดิม 555555
ขอบคุณครอบครัวที่เลี้ยงเราแบบเห็นภาพ สอนแบบให้เห็นว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง สอนทุกอย่างที่ ร.ร.ไม่ได้สอน จนโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีอะไรไว้สอนลูกจนถึงปัจจุบัน และสิ่งนึงที่ทำให้เรารู้สึกว่าครอบครัวคือSave Zone จริงๆคือ เค้าจะไม่พูดถึงความหลังความลำบากให้คนรุ่นหลังรู้สึกว่าชั้นต้องตอบแทนบุญคุณนะ พวกชั้นทำมาเพราะพวกเธอนะ หามาเพราะพวกเธอได้อยู่ดีกินดีนะ ไม่มีออกตากปากใครเลย!!
การเล่าความหลังของบ้านเราจะแฝงด้วยวีรกรรมตลกๆ มันทำให้เด็กบ้านนี้รู้สึกว่าเราควรปฏิบัติหรือวางตัวยังไงกับผู้ใหญ่ในบ้าน มันสนุกแค่ไหนกับการร่วมโต๊ะอาหารหรือความสนุกอบอุ่นจริงๆเวลารวมญาติกัน มันทำให้เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้สึกเบื่อเวลาผู้ใหญ่หรือคนแก่พูดเรื่องเดิมๆซ้ำๆ ทำให้เราอยากฟังได้ตลอดเพราะมันชื่นใจ ขอบคุณที่เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเด็กรุ่นใหม่แล้วจะโตไปเป็นผู้ใหญ่แบบไหน นี่แหละ “ต้นแบบที่ดี”
ขอบคุณทุกคนที่อ่านกันมาจนถึง Epนี้นะคะ
กับหัวข้อ “รีวิวคนสำคัญ” เป็นหัวข้อที่ดีมากจริงๆ 💕🥰
ในชีวิตจริง การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่แค่เรื่องของอายุเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และเข้าใจตัวเองอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะเรื่องความรักต่อตัวเองที่มักถูกละเลยไปในช่วงที่เรามุ่งมั่นดูแลผู้อื่นหรือก้าวผ่านความรับผิดชอบต่างๆ ในประสบการณ์ส่วนตัว การที่ฝนได้เติบโตในหลายบ้าน หลายรูปแบบการเลี้ยงดูนั้น ทำให้ฝนเข้าใจว่าความแตกต่างของสภาพแวดล้อมและการสั่งสอนนั้นล้วนแต่ส่งผลต่อวิธีที่เราเห็นคุณค่าของตัวเองและคิดถึงความรับผิดชอบในชีวิตประจำวัน เลยเข้าใจว่าโตแล้วไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องรับมือกับทุกอย่างได้โดยไม่ต้องมีความรู้สึกหรือความช่วยเหลือใดๆ เรื่องราวที่ฝนเล่าถึงการตื่นเช้า ทำงานบ้าน และช่วยผู้ใหญ่ทำอาหารนั้น สะท้อนให้เห็นถึงการที่เราได้สะสมทักษะชีวิตและความรับผิดชอบที่ช่วยให้เราสามารถดูแลตัวเองอย่างมั่นใจ การที่มีครอบครัวอบอุ่นที่เปิดโอกาสให้เราแสดงออกและได้เรียนรู้ผ่านความผิดพลาด ทำให้เราเติบโตอย่างสมบูรณ์มากขึ้น อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ การมี “Save Zone” หรือพื้นที่ปลอดภัยในครอบครัว ที่ไม่ตัดสินหรือใช้ความลำบากในอดีตมาทำให้เราเกิดความกดดัน แต่ใช้เรื่องราวเหล่านั้นเป็นบทเรียนและความทรงจำที่อบอุ่นและสนุกสนาน ซึ่งช่วยให้เรารู้สึกมั่นคงและพร้อมที่จะเผชิญความท้าทายในชีวิตผู้ใหญ่ นอกจากนี้ การได้ฟังเรื่องราวของผู้ใหญ่ในบ้านที่เล่าผ่านมุมมองที่มีความตลกและความอบอุ่น ก็เป็นแรงบันดาลใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว และช่วยให้เด็กรุ่นใหม่เห็นภาพชัดเจนว่า การโตเป็นผู้ใหญ่คือการสืบทอดบทบาทและความรักที่แท้จริงให้กับคนรอบข้างและตัวเอง ท้ายที่สุด การรักตัวเองและเห็นคุณค่าของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องฝึกฝนและทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพราะนี่คือพื้นฐานที่จะทำให้เรามีชีวิตที่สมดุลทั้งในด้านอารมณ์ ความสัมพันธ์ และความเป็นอยู่ การใส่ใจเน้นที่จิตใจตัวเองในวัยผู้ใหญ่จะช่วยให้เราดูแลผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น และมีความสุขในทุกบทบาทของชีวิตมากขึ้นด้วย
