ทานสเตียรอยด์แต่อยากทำสวยได้รึเปล่า
เมื่อคนไข้ Cushing Syndrome เดินเข้ามาแล้วพูดว่า
“แม่ไม่ได้ดูแลตัวเองมานานแล้ว เพราะป่วย แม่อยากสวยบ้าง ไม่ได้ทำอะไรมาหลายปี หมอทำให้แม่หน่อยได้มั้ย”
…ใจหมอ กับ สมองหมอ เริ่มทำงานพร้อมกันอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง 🧠✨❤️
วันนี้เราเลยอยากมาแชร์วิธีที่เราใช้ ระหว่าง approach คนไข้ที่มี Cushing Syndrome
…ว่าเราเลือกหัตถการทางความงามอะไรให้เค้าได้บ้าง
…เพ ื่อ safety และ effective results
เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่เราต้องเคลียร์กับคนไข้ก่อนคือ
…แพทย์เจ้าของไข้ ที่เค้าดูคนไข้มาเป็นเวลาสิบ ๆ ปี เค้าอนุญาต หรือมั่นใจว่า ปลอดภัยพอที่จะทำได้แล้วหรือยัง
…เพราะเค้าดู condition ของคนไข้มานานและเชี่ยวชาญในทางนั้นมากกว่า เราต้องให้เกียรติเค้าสูงสุดในการดูคนไข้รายนี้นะคะ
—————
ถัดมาเริ่มที่ Steroid
🍀 Systemic Steroid สามารถทำให้เกิด Skin atrophy, Telangiectasia, Striae, Purpura และ Fat redistribution
…ดังนั้น ผิวของคนไข้มักจะบาง แดง มีเส้นเลือดเยอะขึ้น บางตำแหน่งก็มีไขมันเยอะ
…Mechanism ที่น่าสนใจอย่างเช่น
🍂 ลด epidermal growth factor
🍂 ลด keratinocyte proliferation
…ส่งผลให้ skin barrier แย่ลง และ delayed wound healing
🍂 ลดการสร้าง collagen type I, type III, elastin, glycosaminoglycan และ hyaluronic acid
…ทำให้ความยืดหยุ่นของผิวเสียไป ผิวมี collagen น้อยลง (1)
🌸 ผลต่อ vasculature
…จากการที่ collagen น้ อยลง ทำให้เส้นเลือดเปราะแตกได้ง่าย
…โอกาสเกิดรอยช้ำมากกว่าคนปกติ
…อย่าลืมว่า โอกาสเกิด vascular complications ก็เยอะขึ้นด้วย
—————
‼️ สุดท้าย ที่สำคัญมาก ๆ คือ risk of infection (1)
…Steroid Dosage สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่มหลัก ๆ
1. Low Dose (≤ 7.5 mg/day)
…ไม่ค่อยกดภูมิ ไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง ⚠️
*แต่ต้องพิจารณากรณี long-term อาจมีผลข้างเคียง เช่น ผิวบาง เส้นเลือดขยายและแตกง่าย
2. Medium Dose (> 7.5 mg but ≤ 30 mg/day)
…เริ่มมีผลระยะยาว ทั้งเรื่อง metabolism และ Bone Density
3. High Dose (> 30 mg but ≤ 100 mg/day) ⚠️
…กดภูมิคุ้มกัน และมี Strong immunosuppressive
4. Very High Dose (> 100 mg/day)
5. Pulse Therapy (> 250 mg/day)
…สองกลุ่มหลังคือ dose ที่สูงและใช้เฉพาะกรณี กดภูมิและกดการอักเสบ (2)
‼️ เพิ่มเติมในส่วนของ CDC threshold
…immunocompromised คิดที่ 20 mg/day (>14 days) (3)
—————————
👩🏻⚕️ หัตถการที่สามารถเลือกทำได้ ส่วนตัวแบ่งออกเป็น 4+1
1️⃣ Botulinum Toxin เป็น Low Risk สามารถทำได้ ไม่ต้องกังวลอะไรมาก
…Non-crosslinked HA เป็นอีกทางเลือกที่ Low Risk อีกทางนึง ฉีดตื้น ๆ จิ้มน้อยที่สุด สบายใจ
2️⃣ Filler เป็น Moderate Risk
…Prevent infection ให้ดี ใส่ใจกับ Sterile Technique เพิ่มเป็น 300%
🌻 Meticulous Double Cleansing: 2% Chlorhexidine + 70% Alcohol (4)
🌻 Consider Antibiotics Prophylaxis - นี่ส่วนตัวไม่ได้ให้ยาคนไข้นะคะ แต่สามารถพิจารณาให้ได้เป็นกรณี ๆ ไป
…Injection Technique
🌱 อย่าลืมว่าผิวคนไข้บางมาก เส้นเลือดเปราะง่ายมาก ๆ ต้องทำอย่างระมัดระวังที่สุด
🌱 ด้วยความที่ collagen และ elastin น้อยลง โอกาสที่ filler จะคล้อยอาจจะมีมาก เราจะเลือกฉีดในตำแหน่งที่ลึกมากกว่าตื้น
🌱 Fragile vascular >>> สำหรับการ check ที่ปกติเราจะ drawback 10–12 วินาที ก็เพิ่มขึ้นให้นานกว่าเดิม (ไม่มีเลขกำหนดไว้ชัดเจนนะคะ ตัวเรา drawback นับไปเลย 15 วินาทีเป็นอย่างน้อย)
*เพิ่มเติมอีกนิด ทำอย่างไรก็ได้ให้รูเข็มน้อยที่สุด ลดโอกาส infection
3️⃣ Immune-mediated Biostimulator ❌ ABSOLUTE NO ❌
…โดยเฉพาะกรณีที่ใช้ Corticosteroid เพื่อกดภูมิคุ้มกัน
…เนื่องจากคนไข้ได้รับยากดภูมิโดยตรง จะคาดหวังให้การทำงานของ Biostimulator กลุ่มที่ทำงานด้วย immune ทำงานปกติไม่ได้
…และที่น่ากลัวกว่านั้น คือ immune คนไข้ถูกรบกวน อาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ อาจมี Granuloma ง่ายกว่าคนอื่น ๆ
4️⃣ EBD - Energy-based Device (Non-ablative = Moderate Risk)
…จริง ๆ กลุ่มนี้ค่อนข้างจะปลอดภัยสำหรับคนไข้ แต่ห้ามลืมเรื่อง Atrophic skin
…ผิวของคนไข้จะทนความร้อนได้น้อยกว่าคนทั่วไป ต้องระมัดระวังเรื่อง Burn
…และที่อยากชวนให้คิดนิดนึง กลุ่มที่เน้นกระตุ้น cytokines, growth factors ใด ๆ อาจจะทำงานได้ไม่ 100% เพราะยังต้องการ immune response ของคนไข้อยู่
**ส่วน Ablative Laser (Higher Risk)
…จากผิวที่ไม่ทนความร้อน delayed wound healing และ higher risk of infection
ส่วนตัวมองว่า ถ้าไม่จำเป็นเราจะไม่เลือกทำ (1)
—————————
👩🏻⚕️ สรุปสุดท้าย สำหรับการพิจารณาให้อีกนิดนึง
…หลังจากประเมินคนไข้แล้ว กรณีที่ทำได้ สบายใจหน่อย แค่ระมัดระวังมากขึ้น คือกลุ่ม low dose corticosteroid
…กลุ่ม moderate dose เราอยากแนะนำให้ใช้แค่หัตถการ low risk เท่านั้น
…high dose ขึ้นไป คาดการณ์ว่าโรคยังไม่สงบ เลี่ยงได้เลี่ยงก่อน
📌 อย่าลืมถามว่าคนไข้ทานยาอย่างไร
…ในกรณีคนไข้เรา ทาน Prednisolone (5) 8 tabs qThursday (5.7 mg/day)
…Dose แบบนี้อาจจะมีการกดภูมิในช่วงได้ยาแรก ๆ ได้ ดังนั้นให้เลือกทำหัตถการกลาง ๆ สัปดาห์ เช่น วันอาทิตย์ หรือ จันทร์ (คาดว่าความสามารถในการกดภูมิเริ่มแกว่ง และยังเหลือวันให้ Wound Healing)
📝 Case นี้เราเลือก
1. Botulinum Toxin 50 units
2. Filler ขมับ (Gunshot Technique) + Zygoma เนื่องจากเป็นจุดที่ safe ที่สุด และคิดว่าทำได้สะอาดที่สุ ดด้วย
3. Filler Undereye area เราใช้ข้างละ 0.5 ml เท่านั้น ทำด้วยความระมัดระวังสุด ๆ คนนี้น่าจะไม่มีปัญหา infection แต่มีปัญหาเรื่อง skin and vascular
💕 สุดท้ายนี้ เป็นความภูมิใจมาก ๆ นะคะคนไข้ ที่ได้ดูแลคนไข้ และได้ใช้ความรู้ทั้งหมดทั้งมวลที่สั่งสมมาอย่างเป็นระบบจริง ๆ
💕 ขอบคุณประสบการณ์ทาง med, emer med, sx, aesthetics ภูมิใจที่คนไข้ส่องกระจกไปยิ้มไป เดินกลับบ้านแบบที่ดีขึ้นค่ะ
Reference
1. Tollefson MM, Bruckner AL. Glucocorticoid-induced skin changes. In: StatPearls. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2024. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK531462/
2. Buttgereit F, da Silva JAP, Boers M, Burmester GR, Cutolo M, Jacobs J, et al. Standardised nomenclature for glucocorticoid dosages and glucocorticoid treatment regimens: current questions and tentative answers in rheumatology. Ann Rheum Dis. 2002;61(8):718–722.
3. Centers for Disease Control and Prevention. Immunocompromised travelers. In: CDC Yellow Book 2024: Health Information for International Travel. Atlanta: CDC; 2024. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK620933/
4. Darouiche RO, Wall MJ Jr, Itani KMF, Otterson MF, Webb AL, Carrick MM, et al. Chlorhexidine–alcohol versus povidone–iodine for surgical-site antisepsis. N Engl J Med. 2010;362(1):18–26.
















