รีวิวหลังทำ Ulthera และ Oligio มาครบ 1 เดือนค่ะ!!

เป็นครั้งแรกที่ทำ Oligio เลยทำคู่กัน จัดเต็มไปเลยจ้า

สิ่งแรกเลยจูลทำ Ulthera ก่อน ตัวนี้เรื่องการ "กระชับ" จริงๆ คือถ้าใครรู้สึกว่าหน้ามันเริ่มย้อยๆคล้อยๆ จัดตัวนี้ เพราะเขายิงลึกถึงชั้น SMAS ที่หมอเขาใช้ผ่าดึงหน้ากันเลยอะ หน้าเราเลยจะดูยก ดูคมขึ้นแบบเป๊ะๆเลย ใครอยากได้หน้ายกแนวตั้ง กรอบหน้าคมๆ ตัวนี้เลย คุณหมอมือเบาสุดๆลืมความจำที่เคยเจ็บไปได้เลย คือเจ็บแบบทนได้ สบายมาก

แล้วตอนทำก็จะมีพี่พนักงานคอยนวดผ่อนคลายเบาๆ ไม่ให้เราเกร็งอ่า ชอบๆๆ

เสร็จแล้วเค้าก็จะพักหน้า เพิ่มความเย็นด้วย Kairo Stick ตอนนี้คือสบายมาก

และต่อด้วยทำ Oligio ต่ออีก อันนี้จะสไตล์ "งานผิวแน่น" คือถ้าใครจับหน้าแล้วรู้สึกผิวตัวเองมันเหลวๆ ไม่ฟิต หรือมีแก้มมีเหนียงเยอะหน่อย ตัวนี้คือคำตอบเลย เพราะเขาจะเน้นส่งความร้อนไปกระตุ้นคอลลาเจนรัวๆ ทำเสร็จแล้วผิวจะดูอิ่ม ดูฟู รูขุมขนกริบ หน้าดูเด็กลง ไม่รู้สึกเจ็บเลยค่ะ

หลังทำก็จะมี post treatment moisturzer ให้กลับไปทาด้วยค่ะ

ตอนนี้ทำมาครบ 1 เดือนแล้ว เห็น Before After ชัดเจนเลย

จูลทำ Ulthra 400 line และ Oligio 600 line

กับคุณหมอเบสท์ พญ.ณัฐหทัย เหล่าวิทยานุรักษ์ (ว.76770)

ที่ Lume wellness clinic ค่ะ

ชอบตรงที่นี่ไม่ยัดเยียดขายใดๆ ไม่กดดัน ไม่อึดอัด ปลื้มมม!

1/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนถามเหมือนกันว่า “Oligio กับ Ulthera ทำคู่กันดีไหม” หรือจริงๆ เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งพอ? จากประสบการณ์ส่วนตัวหลังทำครบ 1 เดือน (มีเทียบก่อนทำ/หลังทำทันที และหลังทำ 1 เดือน) สิ่งที่รู้สึกชัดคือ 2 เครื่องนี้ให้ฟีลผลลัพธ์คนละแบบ เลยเข้าใจแล้วว่าทำไมบางคลินิกถึงแนะนำให้จับคู่กัน Ulthera จะเด่นเรื่อง “ยกกระชับ” แบบโครงหน้า โดยเฉพาะคนที่เริ่มรู้สึกว่าหน้าคล้อย กรอบหน้าไม่คม ถ่ายรูปแล้วมุมกรามไม่ชัด ตัวนี้เหมือนช่วยดึงให้หน้าดูยกขึ้นแนวตั้งมากกว่า หลังทำใหม่ๆ จะรู้สึกว่าหน้าตึงๆ คมๆ ขึ้น และพอเข้าช่วง 3-4 สัปดาห์จะยิ่งเห็นทรงหน้าชัดขึ้นอีกนิดจากการสร้างคอลลาเจน ส่วน Oligio จะเป็นสาย “งานผิวแน่น” มากกว่า เหมาะกับคนที่จับหน้าแล้วรู้สึกผิวไม่เฟิร์ม ดูนิ่มๆ หรือมีแก้ม/เหนียงที่อยากให้ดูฟูแน่นขึ้น จุดที่ชอบคือหลังทำผิวจะดูอิ่มขึ้น รูขุมขนดูละเอียดขึ้น แต่งหน้าติดง่ายขึ้น แบบคนทักว่าหน้าดูเด็กลงโดยไม่รู้ว่าไปทำอะไรมา ถ้าถามว่า Oligio vs Ulthera อันไหนดีกว่า ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่ตัวไหนดีกว่า แต่ขึ้นกับ “ปัญหาหลัก” - อยากยกกรอบหน้า หน้าดูคม: เอนเอียงไปทาง Ulthera - อยากผิวแน่น ฟู ดูฉ่ำ รูขุมขนดูเรียบ: Oligio ตอบโจทย์ - ถ้าต้องการทั้งกรอบหน้าและคุณภาพผิว: ทำคู่กันแล้วผลจะดูครบกว่า คำถามยอดฮิตอีกอันคือ “Oligio อยู่ได้นานไหม” โดยทั่วไปความแน่นฟูที่รู้สึกหลังทำใหม่ๆ อาจมีส่วนจากการบวม/ความชุ่มชื้นในผิว แต่ผลที่เป็นการกระตุ้นคอลลาเจนจริงๆ จะค่อยๆ ชัดในช่วงประมาณ 3-8 สัปดาห์ และความอยู่ทนขึ้นกับอายุ การใช้ชีวิต และการดูแลผิวของแต่ละคน (เช่น นอนน้อย ดื่มน้ำน้อย โดนแดดหนักๆ มักทำให้ผลลัพธ์ดรอปไว) ทริคดูแลหลังทำที่ส่วนตัวทำแล้วรู้สึกช่วยมาก: เน้นทามอยส์เจอไรเซอร์ให้ผิวอิ่มน้ำ เลี่ยงสครับ/กรดผลัดเซลล์แรงๆ ช่วงแรก ทากันแดดสม่ำเสมอ และพยายามไม่กดนวดหน้าแรงๆ 1-2 สัปดาห์แรก ถ้าอยากให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น การดูแลพื้นฐานพวกนี้สำคัญกว่าที่คิด สรุปแบบคนกำลังลังเล: ถ้าเป้าหมายคือ “กรอบหน้าชัด + ผิวแน่นฟู” การทำ Oligio กับ Ulthera คู่กันเป็นคอมโบที่เห็นภาพรวมชัดดี โดยเฉพาะคนที่อยากได้ทั้งความยกและงานผิวในรอบเดียว