Send encouragement to everyone on a discouraged day.
/โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
Have you ever ❗️ sat down at work and suddenly cried out 😭 because * I feel tired and can't do it *... if you ever try to get our encouragement through this little reading 🥰
I was 34 years old with a moderate annual check-up, a bit of a crooked spine from work, so I tried a serious hospital exam.
While waiting for a doctor in the heart center, looking around, evaluating, about 50 + or older, with my grandchildren, except for me, who looks young, who is comfortably waiting alone, thinking nothing.
For a while, the part of the brain came up. * Will I have a chance to get old and have grandchildren bring to the doctor like this? * And then the brain emptied for a while and thought back to the last week until December before the New Year's break. So I focused too much on work because I was responsible.
Working hard just because the word "I am a responsible person" becomes a lot of pressure on myself because I want to give a scheduled job, and the body accumulates stress until the body swings, which directly affects my emotions and feelings, of course (I am not happy at work).
After all, life is learning every day. Even though work is done and paid for money, remember that work is part of living, but not all. And we even have no idea how many more days we can live on this planet. How many more years can our loved ones live if we leave this world? Those who regret are not companies, because they can replace us or our grieving family.
# Work, just do
ประสบการณ์การนั่งรอพบแพทย์ที่ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผมได้ทบทวนเรื่องงานและสุขภาพอย่างลึกซึ้ง บางครั้งการทำงานหนักเพราะความรับผิดชอบนั้นกลับกลายเป็นกับดักที่ทำให้ร่างกายและจิตใจสะสมความเครียด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออารมณ์และความสุขในชีวิตประจำวัน จากคำเตือนของหัวใจและผลการตรวจสุขภาพ ผมได้เรียนรู้ว่าการใส่ใจสุขภาพไม่ใช่แค่การไปตรวจอย่างเดียว แต่คือการให้เวลากับตัวเองได้พักผ่อนและฟังเสียงของใจมากขึ้น การที่เรานั่งนิ่งๆ ในศูนย์หัวใจและมองเห็นผู้คนรอบข้างที่มาพร้อมลูกหลานทำให้ผมนึกถึงคำถามว่า เราจะมีชีวิตที่ยืนยาวพอที่จะอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขหรือไม่ ช่วงเวลาที่เหนื่อยล้า รู้สึกไม่ไหว หรือแม้แต่ร้องไห้ตอนทำงาน สิ่งสำคัญคือการเปิดใจรับรู้ความรู้สึกนั้น ๆ และยอมรับว่าความเหน็ดเหนื่อยเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ความล้มเหลวของตัวเอง หากจะมีวิธีช่วยลดความเครียด คือการจัดการเวลาทำงานและเวลาพักอย่างเหมาะสม รวมถึงหาเวลาไปพบแพทย์หรือตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว คำแนะนำหนึ่งที่ได้รับจากประสบการณ์จริงคือ "งานทำแค่พอดี" ไม่ควรให้ตัวเองถูกขังอยู่ในกรอบของความรับผิดชอบจนลืมรักตัวเอง เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่รักและครอบครัวต่างหากที่จะได้รับผลกระทบจากการที่เราไม่ดูแลตัวเองอย่างเต็มที่ ผมจึงอยากฝากถึงทุกคนที่กำลังเผชิญกับวันที่ท้อแท้ เหนื่อยและหมดแรง ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือชีวิตส่วนตัว ให้ลองหยุดคิด ทบทวน และให้กำลังใจตัวเอง เพราะคุณไม่ได้อยู่คนเดียว ความรักตัวเองและการดูแลสุขภาพใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวผ่านทุกวันได้อย่างเข้มแข็งและสุขภาพดีพร้อมสำหรับวันข้างหน้า
