Junbi เล่านิทาน : Bear came along
นิทานแสนดี 🥹
เล่มนี้เล่นกับพัฒนาการเด็กหลายเรื่อง
ปกติจุนบิเลือกนิทานที่มี เส้นเรื่อง story line
เพราะว่าในเส้นเรื่องนั้น มันจะมี Gramma story อยู่
ใน Gramma story มันจะมีการร้อยเรียงลำดับเหตุการณ์ และ ความเป็นเหตุเป็นผลของเหตุการณ์
เรื่องตั้งต้นยังไง ตัวละครมีความตั้งใจเรื่องอะไร แล้วเริ่มต้นทำมันยังไง ทำเป็นลำดับยังไง ทำไปแล้วรู้สึกข้างในยังไง และแสดงปฏิกิริยาตอบรับในแต่ละสถานการ์ยังไง
การเห็นเรื่องดำเนินไปเป็นเหตุเป็นผล เป็นการวางรากฐานความคิดแบบ logical thinking
เรื่องนี้ดำเนินไป จากเจ้าหมีที่เผอิญเกิดอุบัติเหตุต้องล่องไปตามแม่น้ำ แล้วก็ได้เจอเพื่อนสัตว์มากมายหลายชนิด เป็นลำดับๆไป เผชิญฝ่าอันตรายจนเกิดเป็นสายสัมพันธุ์กลุ่ม จบเรื่องด้วยทุกตัวสนุกที่ได้อยู่ด้วยกัน
สายสัมพันธ์ เป็นเรื่องที่ต้องสร้าง และสร้างยังไง
สร้างด้วยการใช้เวลา กับ ประสบการณ์ที่ได้อยู่ด้วยกัน
มันเป็นเหตุผลกันอยู่อย่างนั้น
ประเด็นที่ 2 คือเรื่อง sequence
นิทานเด็กหลายเรื่อง สนุกกับการเล่น เรียงลำดับ
เริ่มจากเจ้าหมี ไปเจอกบ ไปเจอเต่า ไปเจอบีเวอร์ …
ไปเรื่อยๆ
เจ้าหมีมาตัวเดียว แต่หน้าต่อไปเพิ่มเป็น 2 ตัว ห น้าต่อไปเพิ่มเป็น 3 ตัว ช่วยพัฒนาเด็กเรียนรู้เรื่องจำนวน One-to-One Correspondence (การจับคู่หนึ่งต่อหนึ่ง) เป็นทักษะสำคัญมาก คือการใช้นิ้วจิ้มของทีละชิ้นพร้อมกับพูดเลข 1, 2, 3... เข้าใจระบบสัญลักษณ์ของเลข กับ จำนวน
ประเด็นที่ 3 อันนี้เท่สุดของเรื่อง คือเรื่อง เวลา
เวลา เป็นเรื่องนามธรรม จึงยากที่เด็กจะเข้าใจเรื่องเวลาชัดเจน แต่เล่มนี้ผู้เขียน เล่นกับคำว่า “until” ตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย
เราไม่รู้หรอกว่า มันอันตราย จนกระทั่ง …
เหตุการณ์ที่คาดในอนาคต ที่ยากจะเข้าใจสำหรับเด็ก
แต่ถูกดึงกลับมาเชื่อมโยงกับ ปัจจุบัน ซึ่งเป็น หมุดเวลาที่จับต้องได้สำหรับเด็ก
He didn’t know he was on an adventure until … froggy hopped on
ประเด็นที่ 4 EF
- ภาพทำงานกับ การขยายมุมมองของเด็กดีมากๆ จากหมีบนขอนไม้ขอนเดียวที่ล่องไปตามน้ำกับเพื่อน แต่ภาพวาดให้เห็นหลายมุมมอง ทำให้เด็กมองจุดศูนย์หลางของเรื่องได้ยืดหยุ่นขึ้นมาก
- until ทำให้สิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเสมอ การผจญภัย ออกไปเจอโลกกว้าง ไม่ได้น่ากลัว แต่กลับเป็นเรื่องสนุก
นิทานเล่มนี้ดีจริงๆครับ
เป็นฝีมือของ
Richard T. Morris (ผู้แต่งเรื่อง)
เป็นนักเขียนหนังสือเด็กชาวอเมริกันที่ได้รับรางวัลมาแล้วหลายสถาบัน เช่น E.B. White Read-Aloud Award
LeUyen Pham (ผู้วาดภาพประกอบ)
ศิลปินสาวชาวเวียดนาม-อเมริกัน ที่มีผลงานระดับ New York Times Bestseller มาแล้วมากมาย
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยอ่านนิทาน "Bear Came Along" ให้เด็กๆ ฟัง พบว่านิทานเล่มนี้ไม่เพียงแต่สนุกเพราะเรื่องราวที่มีลำดับเหตุการณ์ชัดเจน แต่ยังเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ฝึกทักษะสำคัญหลายด้านไปพร้อมกัน หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจมากคือตัวเนื้อเรื่องที่เล่าผ่านหมีที่ต้องผจญภัยล่องตามแม่น้ำและได้พบกับเพื่อนสัตว์หลายชนิดทีละตัว ซึ่งการเรียงลำดับเหตุการณ์และจำนวนสัตว์ที่เพิ่มขึ้นตามหน้ากระดาษช่วยให้เด็กเรียนรู้การจับคู่ 1 ต่อ 1 และเข้าใจระบบตัวเลขได้ดีขึ้นจริงๆ เช่น การชี้นิ้วและนับสัตว์พร้อมๆ กันเป็นการฝึกสมาธิและความสัมพันธ์ระหว่างสัญลักษณ์ตัวเลขกับจำนวนของจริง นอกจากนี้คำว่า "until" ที่ปรากฏในเรื่องถือเป็นเทคนิคเล่าเรื่องที่ชาญฉลาดสำหรับเด็ก เพราะช่วยให้เด็กเข้าใจแนวคิดเรื่องเวลาและการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป แม้ว่าเรื่องเวลาดูเป็นนามธรรมและอาจยากสำหรับเด็ก การใช้ "until" เชื่อมโยงเหตุการณ์ในปัจจุบันกับอนาคตช่วยให้เด็กจับต้องและรับรู้เรื่องเวลามากขึ้น ภาพประกอบโดย LeUyen Pham ยังถือว่ามีบทบาทสำคัญในการขยายมุมมองของเด็กจากมุมเดียวเป็นหลายมุม ทำให้พวกเขาได้ฝึกความยืดหยุ่นทางความคิด (EF) ด้วย รวมทั้งทำให้การผจญภัยไม่ดูน่ากลัว แต่กลับเต็มไปด้วยความสนุกและความตื่นเต้น ทำให้เด็กๆ อยากติดตามและเปิดรับประสบการณ์ใหม่ด้วยความกล้าหาญ สรุปคือ นิทาน "Bear Came Along" ถือเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ปกครองและครูที่อยากส่งเสริมพัฒนาการของเด็กด้วยวิธีธรรมชาติ ผ่านเรื่องเล่าที่มีคุณค่าและเสริมทักษะการคิดแบบเป็นขั้นตอน ความเข้าใจเรื่องจำนวน และแนวคิดเรื่องเวลาอย่างชัดเจน และไม่ควรพลาดสำหรับครอบครัวที่อยากให้น้องๆ ได้ฝึกทั้ง EF และทักษะการเข้าใจโลกกว้างผ่านนิทานดีๆ เล่มนี้
