Automatically translated.View original post

Hire a housekeeper to clean a house that hasn't been cleaned in a year!!

1/2 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังหาทีม “กำจัดไรฝุ่น + ฆ่าเชื้อ” ในบ้านด้วยงบไม่เกิน 2,000 บาท เราแนะนำให้เริ่มจากการกำหนด “ขอบเขตงาน” ให้ชัดก่อน เพราะหลายเจ้าจะคิดราคาเป็นพื้นที่/ชั่วโมง และคำว่า “ฆ่าเชื้อ” บางทีเป็นแค่ฉีดสเปรย์ทั่วไป ไม่ได้เน้นจุดสะสมไรฝุ่นจริงๆ สิ่งที่เราทำก่อนจ้าง (ช่วยคุมงบได้มาก) 1) วัดพื้นที่คร่าวๆ และถ่ายรูปมุมที่หนักๆ ส่งให้ทีมดู เช่น ห้องนอน/โซฟา/พรม/ที่นอน/ผ้าม่าน 2) เลือกงานหลัก 2-3 อย่างที่อยากได้จริง เช่น ดูดไรฝุ่นที่นอน + ฆ่าเชื้อจุดสัมผัสบ่อย + ทำความสะอาดพื้น/ห้องน้ำ (อย่าเหมารวมทุกอย่างถ้างบจำกัด) 3) แจ้งสภาพบ้านตามจริง ถ้าบ้านไม่ได้ทำความสะอาดมานาน จะใช้เวลามากกว่าปกติ คำถามที่ควรถามเจ้าให้บริการ (เพื่อความปลอดภัย) - ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อชนิดไหน มีฉลาก/เลข อย. หรือเอกสารความปลอดภัย (SDS) ไหม และเหมาะกับบ้านที่มีเด็ก/สัตว์เลี้ยงหรือเปล่า - มีบริการ “ดูดไรฝุ่น” ด้วยเครื่อง HEPA หรือเครื่องดูดไรฝุ่นโดยเฉพาะไหม (อันนี้ต่างจากการดูดฝุ่นทั่วไป) - ขั้นตอนงานเป็นอย่างไร: ดูดไรฝุ่นก่อนแล้วค่อยเช็ดฆ่าเชื้อ? หรือฉีดก่อนแล้วค่อยเช็ด? (ปกติเราชอบแบบทำความสะอาดคราบก่อน แล้วค่อยฆ่าเชื้อจุดสัมผัส) - เคลมผลลัพธ์แบบไหนได้บ้าง (อย่าเชื่อคำว่า “กำจัดได้ 100%” ให้ดูที่กระบวนการมากกว่า) - มีค่าเดินทาง/ค่าจอดรถเพิ่มไหม เพื่อไม่ให้บานปลายเกิน 2,000 ตัวอย่าง “แพ็กงาน” ที่มักพอทำได้ในงบ 2,000 (แล้วแต่พื้นที่) - คอนโด/ห้องเล็ก: ดูดไรฝุ่นที่นอน 1 หลัง + โซฟา 1 ตัว + เช็ดฆ่าเชื้อจุดสัมผัส (ลูกบิด มือจับ สวิตช์) + ถูพื้น - บ้านพื้นที่มาก: โฟกัสเฉพาะห้องนอน 1 ห้อง (ที่นอน/หัวเตียง/พื้น) + ห้องน้ำ 1 ห้อง เพื่อให้จบงานแบบเห็น Before/After ชัด เช็กลิสต์วันนัดทำงาน (ให้ผลลัพธ์ออกมาดี) - เก็บของชิ้นเล็กๆ ออกจากพื้น/เตียงก่อน ทีมจะทำงานไวขึ้น - เปิดหน้าต่างระบายอากาศ และเตรียมถุงขยะไว้ให้ - ถ้ามีสัตว์เลี้ยง/เด็กเล็ก แนะนำให้แยกโซนตอนฉีดน้ำยาหรือช่วงที่มีฝุ่นฟุ้ง - หลังทำเสร็จ ขอให้ทีมพาเดินตรวจงานทีละจุด โดยเฉพาะที่นอน/มุมอับ/ห้องน้ำ ทริคเล็กๆ หลังบริการ (ยืดความสะอาด ลดไรฝุ่น) - ซักปลอกหมอน/ผ้าปูทุก 1-2 สัปดาห์ และตากแดดที่นอนเป็นระยะ - ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดเช็ดแทนไม้ขนไก่ เพื่อลดฝุ่นฟุ้ง - ถ้ามีงบเพิ่มในอนาคต ค่อยอัปเกรดเป็นเครื่องฟอกอากาศหรือดูดไรฝุ่นรายเดือน สรุปคือ งบไม่เกิน 2,000 บาท “ทำได้” แต่ต้องเลือกงานให้ชัด และถามเรื่องเครื่องมือ-น้ำยา-ความปลอดภัยให้ครบ จะได้คุ้มและไม่เสี่ยงกับคนในบ้านค่ะ