เลื่อน ⬅️ เพื่อดูว่าสงครามระหว่าง United States และ Iran กำลังเปลี่ยนทิศทางเงินทุนทั่วโลกอย่างไร เมื่อหุ้นกลุ่มกลาโหมพุ่ง ราคาน้ำมันดีดตัว และบริษัทยักษ์ใหญ่บางแห่งทำกำไรเงียบ ๆ หลายพันล้าน 📈⚔️

ภายในไม่กี่วันหลังความตึงเครียดเพิ่มขึ้น บริษัทด้านกลาโหมอย่าง RTX Corporation และ Lockheed Martin มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จากการเร่งผลิตขีปนาวุธและระบบสกัดกั้นที่มีต้นทุนสูง ขณะเดียวกันตลาดน้ำมันตอบสนองทันที โดย Brent crude oil ทะลุ $100 เนื่องจากความเสี่ยงใน Strait of Hormuz ทำให้อุปทานตึงตัวและรายได้พลังงานเพิ่มขึ้น

นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley มองว่ากลุ่มกลาโหม อากาศยาน และพลังงาน เป็นผู้ได้ประโยชน์ระยะยาวจากการใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ก็พึ่งพาความขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง เพราะหากเกิดสันติภาพอย่างรวดเร็ว ความต้องการอาจชะลอ ตลาดเย็นลง และกำไรในระบบทั้งหมดอาจถูกกดดัน

แล้วสุดท้าย…ใครคือผู้ชนะที่แท้จริง เมื่อความขัดแย้งระดับโลกเริ่มทวีความรุนแรง?

หมายเหตุ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาสนับสนุนสงคราม ความขัดแย้ง หรือมุมมองทางการเมืองใด ๆ

พิมพ์คำว่า “GROUP” เพื่อเข้าร่วมกลุ่มสุดพิเศษของเรา

3/30 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ติดตามและลงทุนในตลาดหุ้นกลุ่มกลาโหมและพลังงานมานาน ช่วงความตึงเครียดของสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ผ่านมานี้ ผมสังเกตเห็นว่าหุ้นของบริษัทรับเหมาด้านกลาโหม เช่น Lockheed Martin และ RTX Corporation มีการซื้อขายที่รุนแรงและราคาพุ่งสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวสัญญาการผลิตขีปนาวุธและระบบสกัดกั้นออกมา ซึ่งแต่ละชิ้นมีราคาต้นทุนสูง อย่างเช่นจรวด Tomahawk ราคาประมาณ 2.2 ล้านดอลลาร์ต่อลูก และระบบสกัดกั้น THAAD ที่มูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์ต่อลูก ส่งผลให้บริษัทเหล่านี้มีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่พุ่งขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากความเสี่ยงในช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักระดับโลก ส่งผลให้ตลาดน้ำมันตึงตัวและบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน เช่น ExxonMobil และ Chevron มีกำไรเพิ่มขึ้นนับพันล้านดอลลาร์ภายในเดือนเดียว อย่างไรก็ตามนักลงทุนควรระวังความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ หากสถานการณ์สงบลงอย่างรวดเร็ว ความต้องการสินค้ากลาโหมและพลังงานอาจลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผลตอบแทนในตลาดเหล่านี้ลดลงและเกิดความผันผวนมากขึ้น ดังนั้นการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญ สุดท้ายแล้วจากมุมมองของคนเล่นหุ้น ผมเห็นว่าการลงทุนในกลุ่มนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงสูงและต้องการโอกาสผลตอบแทนในระยะสั้นถึงกลาง แต่ต้องเตรียมพร้อมหากเกิดสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะสันติภาพที่แท้จริงจะเป็นความท้าทายต่อกำไรของกลุ่มนี้ในระยะยาว