เปลี่ยนห้องเปล่าให้เป็นมุมโปรดสไตล์ Mid-Century Modern 🍊✨
หลายคนถามว่า “mid century คืออะไร” ก่อนแต่งบ้านเราเลยสรุปแบบเข้าใจง่ายจากที่ลองแต่งเองค่ะ Mid-Century (ยุคประมาณปี 1940–1960) จะเด่นที่เส้นสายเรียบ ๆ แต่มีดีเทล เฟอร์นิเจอร์ทรงเพรียว ขาเฉียง ไม้โทนอุ่น ๆ และใช้สีแอ็กเซนต์นิดหน่อย พอรวมกับความโมเดิร์นก็จะออกมาเป็น Mid-Century Modern ที่ดูคลีนแต่ไม่เรียบจนจืด ถ้าใครอยาก “ออกแบบตกแต่งภายในสไตล์ modern mid-century” ให้เริ่มจาก 3 อย่างนี้ก่อนจะง่ายสุด 1) โทนสีหลัก: เลือกสีฐาน 2–3 สี เช่น ขาวครีม/เบจ + ไม้วอลนัท/ไม้สัก แล้วค่อยเติมสีเด่นอย่างส้มอิฐ เขียวมะกอก หรือเหลืองมัสตาร์ดเป็นจุด ๆ (ช่วยให้ได้ฟีล midcentury modern แบบไม่เยอะเกิน) 2) เฟอร์นิเจอร์ทรงไอคอนิก: โซฟาทรงเหลี่ยมมน ๆ โต๊ะกาแฟไม้ขาเฉียง เก้าอี้โครงไม้ หรือชั้นวางแนวยาวเตี้ย ๆ เลือกแค่ 1–2 ชิ้นให้เป็น “ตัวชูโรง” ก็พอค่ะ ไม่จำเป็นต้องทั้งห้องเป็นของยุคเดียวกัน 3) แสงและของตกแต่ง: โคมไฟทรงโดม/ทรงกรวย (หรือโคมตั้งพื้นหัวโค้ง) ช่วยดึงความเป็น mid century modern ขึ้นมาไวมาก เพิ่มงานศิลป์แนว mid century modern art สักชิ้น (ลายกราฟิก/ทรงเรขาคณิต) แล้วหาพรมลายเรียบ ๆ มาคุมโทน สำหรับบ้านสไตล์ mid-century modern ที่มี “ครัวมิดเซ็นจูรี่ โมเดิร์น” ด้วย เราชอบใช้ทริคนี้เวลาจัดมุมครัวให้เข้าธีม: เลือกหน้าบานตู้เรียบ ๆ (สีขาว/ครีม/ไม้) แล้วใส่มือจับสีดำหรือทองเหลือง เสริมสตูลไม้ขาเฉียง 2 ตัวก็ได้กลิ่นอายทันที ถ้าอยากให้ดูอบอุ่นขึ้นอีก แนะนำไฟแขวนเหนือเคาน์เตอร์ทรงกลม/ทรงกรวย และใช้ของบนเคาน์เตอร์ให้น้อยชิ้นแต่เลือกชิ้นที่ฟอร์มสวย เรื่องงบประหยัดที่ทำแล้วเวิร์ก: ให้ตั้ง “งบของชิ้นฮีโร่” แค่ 1 อย่าง เช่น โซฟาหรือโต๊ะ แล้วที่เหลือใช้ของราคาเบาลงได้ (ชั้นวาง/พรม/โคม) อีกอย่างคือมุมโปรดจะดูมีเรื่องราวมากขึ้นถ้าใส่ของสะสมที่เราชอบจริง ๆ อย่างเราเคยเอา LEGO มาวางบนชั้นไม้ให้เป็นจุดเล็ก ๆ ในห้อง พอจับคู่กับพื้นไม้และโทนส้มอุ่น ๆ แล้วเข้ากันแบบคาดไม่ถึงเลยค่ะ สุดท้าย ถ้าห้องยังดูโล่ง ให้ลองกฎ 60-30-10: 60% สีฐาน, 30% สีรอง (ไม้/เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่), 10% สีเด่น (ของตกแต่ง/งานศิลป์) วิธีนี้ช่วยคุมความเป็น Mid-Century Modern ให้พอดี ไม่รก และยังดูมีสไตล์แบบบ้านสไตล์ mid century ได้ง่ายมาก


















สวยมากๆ ค่ะ❤️❤️