Hokkaido หน้าร้อน ☀️🇯🇵

ญี่ปุ่นรอบนี้จอยสุด เพราะได้ไป “ซัปโปโรหน้าร้อน” 🌿🍣

เดินเล่นสวนกลางเมือง คาเฟ่น่ารักเต็มไปหมด แวะกินราเมนเจ้าดัง หรือช้อป Donki ของเพลินมาก ☀️ ทุกโมเมนต์แชร์ได้เรียลไทม์ตลอดด้วย 📱

นี่เป็นครั้งแรกที่ลองใช้ eSIM ของ AIS SIM2Fly Max ก็คือชีวิตง่ายขึ้นมาก ไม่ต้องเปลี่ยนซิมให้วุ่นวาย กดซื้อออนไลน์ไว้ก่อน พอลงเครื่องก็พร้อมออนไลน์ทันที เน็ตแรง ครอบคลุม ใช้ Maps หาทางก็ไม่หลง อัปสตอรี่ได้สบาย ✨

✅ ได้เน็ต 13 GB นาน 10 วัน

✅ เปิดใช้งานง่าย สมัครง่าย ไม่ต้องคอยสลับซิม สามารถซื้อออนไลน์ได้

✅ สัญญาณดีมาก เนื่องจากเค้าเลือกจับสัญญาณเครือข่ายที่ดีที่สุดในตอนนั้นแบบอัตโนมัติ

✅ ใช้เปิด Maps หาทางหารร้านอาหารได้ทันที หรือจะเดินทางด้วยรถไฟสัญญาณก็ไม่ขาด

แถมยังได้ดีลส่วนลด Wanderjoy กิน-ช้อป-เที่ยวเพิ่มอีก อย่างรอบนี้ได้ส่วนลดช้อปปิ้งที่ดองกิถึง 17% คุ้มสุด จอยสุด ไปอี้ก

สรุปคือทริปนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องเน็ตเลย ได้เก็บทุกโมเมนต์ครบแบบไม่มีสะดุด 💚

พิกัด : หน้าเว็บไซต์ของ AIS เอง

หรือ Online Shop, หน้าเคาน์เตอร์ หรือจะเป็น AIS Shop ที่สนามบินก็เปิดให้ซื้อ 24 ชม.

#ติดเทรนด์ #ป้ายยากับlemon8 #aissim2fly #เที่ยวต่างประเทศ #เที่ยวญี่ปุ่น

2025/10/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมก่อนเดินทางไปฮอกไกโด (ซัปโปโร/โอตารุ) เราเห็นหลายคนถามเรื่อง “eSIM ฮอกไกโดแพ็กไหนคุ้มสุด” กับ “ราคาเท่าไหร่ เทียบกันหน่อย” เลยสรุปจากประสบการณ์ทริปล่าสุดให้แบบเข้าใจง่าย เผื่อใครกำลังจะไปแล้วอยากเน้นเน็ตเสถียรไว้ใช้ Google Maps, รถไฟ, อัปสตอรี่ และหาพิกัดร้านอาหารดัง ๆ อย่าง Nemuro Hanamaru, Ichigen Ebisoba หรือเดินช้อป Don Quijote แบบไม่หลง 1) เลือก eSIM ยังไงให้คุ้ม (เช็กลิสต์เร็ว ๆ) - ดู “จำนวนวัน” ที่อยู่ญี่ปุ่นจริง ๆ: ถ้าไปประมาณ 7–10 วัน เลือกแพ็ก 10 วันจะสบาย ไม่ต้องกังวลวันกลับไฟลต์เลท - ดู “ปริมาณเน็ต” ที่ใช้: สายแผนที่+แชต+โซเชียล ส่วนใหญ่ 1–2GB/วันก็พอ แต่ถ้าดูคลิป/ไลฟ์บ่อยอาจต้องมากกว่านั้น - เลือกแบบ “เปิดใช้งานง่าย”: สำหรับคนไม่อยากถอดซิมหลัก eSIM สะดวกมาก แค่สแกน QR แล้วเปิด Data roaming ตามขั้นตอน - เช็กว่าแพ็ก “จับสัญญาณอัตโนมัติ” หรือเลือกเครือข่ายที่ดีที่สุดได้ เวลาอยู่บนรถไฟ/นอกเมืองจะเห็นความต่างชัด 2) รีวิวแพ็กที่เราใช้: AIS SIM2Fly Max eSIM 13GB/10 วัน - ราคาที่เราเจอ: 599 บาท - ฟีลการใช้งานจริงในฮอกไกโด: ลงเครื่องปุ๊บออนไลน์ได้เลย ใช้ Maps เดินในซัปโปโรไม่หลง นั่งรถไฟไปโอตารุก็ยังต่อเน็ตได้ค่อนข้างนิ่ง (อัปสตอรี่/ส่งรูปได้ต่อเนื่อง) - เหมาะกับใคร: คนอยากจบในแพ็กเดียว เน้นความง่าย ไม่อยากวุ่นวายกับการเปลี่ยนซิม และอยากได้เน็ตพอสำหรับเที่ยว 10 วัน 3) วิธีซื้อ/เตรียมตัวก่อนบิน (กันพลาด) - ซื้อออนไลน์ล่วงหน้าจะชัวร์สุด แล้วค่อยไปติดตั้งตอนมี Wi‑Fi (ที่บ้าน/สนามบิน) - แนะนำแคปหน้าจอ QR/ขั้นตอนเก็บไว้ และเผื่อเวลาติดตั้งก่อนขึ้นเครื่อง - อย่าลืมเช็กมือถือรองรับ eSIM และอัปเดต iOS/Android ให้พร้อม 4) ทริคเล็ก ๆ ให้เน็ตใช้คุ้มขึ้น - เปิดโหมด Low Data/จำกัดการอัปเดตแอปผ่านมือถือ - ดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์บางส่วนเผื่อฉุกเฉิน (โดยเฉพาะวันไป Hill of the Buddha หรือจุดนอกเมือง) - แยกงานชัด ๆ: ซิมหลักไว้รับ OTP/โทร, eSIM ไว้เล่นเน็ต จะไม่พลาดการยืนยันตัวตน 5) เรื่องดีลที่ทำให้คุ้มกว่าเดิม ทริปนี้เราได้ส่วนลดผ่าน Wanderjoy ไปใช้ช้อปที่ Donki ได้ (เห็นเป็นส่วนลด 17% สำหรับปลอดภาษี) ถ้าใครเป็นสายขนม/ของฝากแบบ Pocky หรือของฮอกไกโดต่าง ๆ ลองเช็กดีลก่อนรูดจ่าย จะช่วยประหยัดได้จริง สรุปในมุมเรา ถ้าโจทย์คือ “อยากได้ eSIM ฮอกไกโดที่เปิดแล้วใช้ได้เลย เน็ตพอ 10 วัน และเน้นความเสถียรตอนเดินทาง” แพ็ก 13GB/10 วันถือว่าคุ้มและใช้งานง่ายมากค่ะ