Automatically translated.View original post

How to zap the emergency room🏥🏥🚨🚨

2025/10/21 Edited to

... Read moreถ้าใครเคยไปห้องฉุกเฉินแล้วรู้สึกว่า “ทำไมเขาได้เข้าก่อนเรา” คำตอบส่วนใหญ่อยู่ที่คำว่า triage (บางที่เรียก sort/คัดแยก) ค่ะ ซึ่งไม่ใช่การแซงคิว แต่เป็นการจัดลำดับความเร่งด่วนตามอาการ เพื่อให้ “ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต” ได้รับการช่วยเหลือก่อน triage sort คืออะไร? คือกระบวนการที่พยาบาล/ทีมฉุกเฉินประเมินอาการเบื้องต้นทันทีที่มาถึง เช่น ระดับความรู้สึกตัว การหายใจ ชีพจร ความดัน ออกซิเจน อาการเจ็บหน้าอก เลือดออกมาก อุบัติเหตุรุนแรง ฯลฯ แล้วจัดเข้ากลุ่มความเร่งด่วน โดยหลักคิดคือ “ใครเสี่ยงเสียชีวิต/พิการก่อน ต้องได้ก่อน” โดยทั่วไปจะมีแนวใกล้เคียงกันประมาณนี้ (ชื่อสีอาจต่างกันตามโรงพยาบาล) - วิกฤต/ฉุกเฉินมาก: หายใจลำบากมาก ไม่รู้สึกตัว ชักต่อเนื่อง เจ็บหน้าอกสงสัยหัวใจขาดเลือด เลือดออกไม่หยุด อุบัติเหตุรุนแรง - เร่งด่วน: อาการหนักแต่ยังพอคงที่ เช่น หอบแต่ยังพูดเป็นคำได้ ไข้สูงร่วมซึม ปวดท้องมาก อาเจียนไม่หยุด - ไม่เร่งด่วน: อาการคงที่ เช่น ไข้หวัดทั่วไป แผลถลอกเล็กน้อย ปวดเมื่อยเรื้อรัง (กลุ่มนี้อาจต้องรอนาน) ทำไมดูเหมือนมีคน “แซงคิว”? เพราะผู้ป่วยบางรายถูกจัดอยู่กลุ่ม “ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต/เร่งด่วน” จึงต้องเข้าห้องตรวจหรือเข้าห้องกู้ชีพก่อน แม้จะมาทีหลัง นี่คือเหตุผลที่ห้องฉุกเฉินไม่ได้เรียกตามลำดับบัตรคิวเหมือนคลินิกทั่วไป แล้วเราทำยังไงให้ได้การดูแลเร็วขึ้นแบบถูกต้อง? 1) บอกอาการสำคัญให้ชัดตั้งแต่จุดคัดกรอง: เช่น เจ็บหน้าอกร้าว แขนชา หายใจไม่อิ่ม เลือดออกมาก ซึมลง ชัก ตั้งครรภ์มีเลือดออก ฯลฯ 2) แจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้: เบาหวาน ความดัน หอบหืด โรคหัวใจ ยาละลายลิ่มเลือด ยาแพ้ 3) ถ้ามีค่า vital sign/ผลตรวจเดิม/ใบส่งตัว ให้นำไปด้วย 4) อย่าขยายอาการเกินจริง: เพราะทีมแพทย์จะประเมินซ้ำ ถ้าไม่เข้าเกณฑ์เร่งด่วนก็ยังต้องรอตามระบบอยู่ดี ข้อสังเกตจากประสบการณ์ส่วนตัวเวลาไป ER บางครั้งอาการเรา “ดูไหว” แต่จริง ๆ เสี่ยงได้ เช่น เจ็บหน้าอกแน่น ๆ เหงื่อแตก หรือหอบร่วมริมฝีปากเขียว แบบนี้ควรรีบแจ้งทันที ตรงกันข้าม ถ้าเป็นอาการทั่วไปและคงที่ อาจพิจารณาไปคลินิก/OPD แทนเพื่อลดเวลารอ สรุป: triage sort คือระบบคัดแยกผู้ป่วยตามความเร่งด่วน ไม่ใช่ทริคแซงคิว และช่วยให้คนที่วิกฤตได้รับการรักษาทันท่วงทีค่ะ