4/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมช่วงนี้เห็นคนค้นหา “ยศกร บูรพา” กันเยอะมาก เพราะมีประเด็นว่าไปบูลลี่ “น้องทับทิม” แล้วมีการโยงว่าเกี่ยวกับแอสเพอร์เกอร์ (อยู่ในกลุ่มออทิสติกสเปกตรัม/ASD) เลยอยากมาเล่าในมุมคนอ่านข่าวและพยายามทำความเข้าใจว่า “อาการ” กับ “พฤติกรรมทำร้ายคนอื่น” มันคนละเรื่องกัน อย่างแรก ถ้าพูดถึงแอสเพอร์เกอร์/ASD สิ่งที่มักเจอคือ difficulty with social communication & interaction เช่นอ่านบรรยากาศไม่เก่ง ไม่เข้าใจนัยยะประชดประชัน หรือสื่อสารตรงเกินไปโดยไม่รู้ว่าทำให้คนอื่นเจ็บ นอกจากนี้บางคนจะมี hypersensitivity to sensory “assaults” คือไวต่อเสียง แสง กลิ่น การสัมผัส จนทำให้หงุดหงิดง่าย และบางคนมี extreme focus on specific topic of interest สนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเป็นพิเศษ รวมถึงมี repetitive behaviors หรือไม่ชอบ changes in routines (เปลี่ยนกิจวัตรแล้วเครียด) แต่ประเด็นสำคัญคือ ต่อให้มีความยากเหล่านี้ ก็ไม่ใช่ “ใบอนุญาต” ให้ไปบูลลี่คนอื่น โดยเฉพาะการบูลลี่คนพิการหรือคนที่เปราะบางกว่า เพราะการบูลลี่คือการตั้งใจลดทอนคุณค่า/ทำร้ายอีกฝ่ายซ้ำ ๆ ซึ่งต้องรับผิดชอบตามพฤติกรรมอยู่ดี สิ่งที่ควรคุยคือ 1) การขอโทษอย่างจริงใจ 2) การหยุดพฤติกรรม 3) การเยียวยาผู้ถูกกระทำ และ 4) การพาไปประเมิน/รักษาถ้ามีข้อกังวลจริง อีกเรื่องที่เห็นในหลายเคสคือครอบครัวมักพูดว่า “ขาดการรักษา” ซึ่งถ้าเป็นจริงยิ่งสะท้อนว่าระบบสนับสนุนสำคัญมาก การดูแล ASD มักไม่ได้มี “ยาวิเศษ” แต่เป็นการฝึกทักษะการสื่อสาร การจัดการอารมณ์ การเข้าใจขอบเขต และการเรียนรู้ empathy (ความเข้าใจความรู้สึกคนอื่น) แบบเป็นขั้นตอน รวมถึงการปรับสิ่งแวดล้อมให้ลดสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เครียดง่าย สำหรับคนที่ตามข่าว แนะนำเสพข้อมูลแบบระวังการเหมารวม เพราะการเหมาว่า “คนเป็นแอสเพอร์เกอร์ต้องเป็นคนไม่ดี” จะทำร้ายคนที่อยู่ในสเปกตรัมจำนวนมากที่ใช้ชีวิตอย่างตั้งใจและพยายามปรับตัวทุกวัน ถ้าจะวิจารณ์ ควรวิจารณ์ “การกระทำบูลลี่” แบบตรงประเด็น ไม่ใช้โรคหรือภาวะมาเป็นคำด่า สุดท้าย ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวสงสัยว่าเข้าข่าย ASD จริง ๆ การไปพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินจะได้คำตอบชัดกว่าอ่านจากโซเชียล และถ้าเคยเผลอพูด/ทำอะไรที่เข้าข่ายบูลลี่ การเริ่มต้นแก้ไขวันนี้ยังทันเสมอ: หยุด-รับผิด-ขอโทษ-เรียนรู้ใหม่ และให้ความปลอดภัยทางใจแก่คนที่โดนก่อนเป็นอันดับแรก