คุณเผือกระดับไหน?!

รู้มั้ย!! การเผือกเนี่ยตามหลักจิตวิทยาแล้ว มันมีที่มาที่ไป มีหลักการและสาเหตุของการเผือก

1. กลุ่มแรกเผือกบริสุทธิ์ เกิดมาก็เผือกเลย อยากรู้เรื่องคนอื่น ถ้าได้เสือกได้รู้แล้ว จะฟินมาก นอนหลับ คนกลุ่มนี้จะไม่มีปัญหากับใคร ไม่เป็นอันตราย เขาแค่อยากรู้เพื่อเติมเต็มความต้องการของตัวเอง เสือกแบบวิทยาศาสตร์

2. กลุ่มเผือกแบบซาดิส ชอบเห็นความเจ็บปวดของผู้อื่น ถ้าคนกลุ่มนี้มีข้อมูล เขาจะใช้อำนาจเอาข้อมูลตรงนี้ไปทำร้ายคนนู้นคนนี้ได้ แบบนี้เรียกว่า “โ รคซาดิ สม์” เป็นภาวะทางจิต

3. อาการกลัวตกกระแส หรือที่เรียกว่า FOMO (Fear of Missing Out) ต้องได้รู้ว่าตอนนี้กระแสอะไรยังไงบ้าง ต้องตามเทรนด์อยู่เสมอ

4. ชีวิตคุณไม่มีอะไรน่าสนใจ คุณเลยต้องเผือกเรื่องของคนอื่น ชีวิตคนอื่นน่าสนใจมากกว่า ชีวิตตัวเองมันไม่มีอะไรให้พูดอ่ะ

5. เผือกโดยการนำข้อมูลที่ได้มาเป็นอำนาจในการต่อรอง คนอื่นจะได้มาคุยกับคุณด้วย เพราะปกติจะไม่มีใครเข้าหามาคุยด้วย มีข้อมูลเพื่อที่จะได้มีบทสนทนา มีเพื่อนคุย มีสังคม

Cr.อ.ตฤณ #คุณกิ่งidl

2025/8/21 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเวลาพูดว่า “เผือก” หลายคนจะนึกถึงความอยากรู้อยากเห็นเรื่องคนอื่นแบบแอบๆ แต่จริงๆ เราว่ามันเป็นพฤติกรรมที่เกิดได้จากหลายแรงขับ และไม่ได้แปลว่าเป็นคนไม่ดีเสมอไปนะ (ถ้าไม่ทำให้ใครเดือดร้อน) เราลองแชร์มุมมองที่ช่วยเช็กตัวเอง + วิธีเผือกแบบมีสติให้ชีวิตเบาขึ้น 1) เผือกบริสุทธิ์ (อยากรู้แบบวิทยาศาสตร์) อันนี้คืออยากรู้เพราะสมองชอบ “ข้อมูล” ล้วนๆ เห็นข่าว/ดราม่าแล้วรู้สึกต้องอ่านให้จบถึงจะสบายใจ เหมือนอ่านเคสศึกษา ถ้าคุณอ่านแล้วจบ ไม่เอาไปซ้ำเติม ไม่เอาไปเล่าต่อแบบใส่สี อันนี้ถือว่าอยู่โหมดเผือกที่ค่อนข้างปลอดภัย 2) เผือกเพราะ FOMO (กลัวตกกระแส) ใครเปิดมือถือแล้วต้องไล่ดูว่าเกิดอะไรขึ้นในโซเชียลตลอด กลัวคุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่อง อันนี้เข้าข่าย FOMO มากๆ วิธีที่ช่วยเราได้คือกำหนด “รอบเช็กข่าว” เช่น เช้า-เที่ยง-เย็น และปิดแจ้งเตือนบางแอปไปเลย จะได้ไม่หลุดไปเผือกทั้งวัน 3) เผือกเพราะชีวิตว่าง/หมดไฟ บางช่วงเราเบื่อชีวิตตัวเอง เลยรู้สึกว่าชีวิตคนอื่นน่าตื่นเต้นกว่า แล้วการเผือกกลายเป็นความบันเทิงหลัก ถ้าเริ่มรู้สึกว่าเผือกแล้วเศร้า/เปรียบเทียบตัวเอง แนะนำให้เติมกิจกรรมที่ทำให้โฟกัสตัวเอง เช่น ออกกำลัง อ่านหนังสือ หรือเริ่มงานอดิเรกสั้นๆ วันละ 15 นาที 4) เผือกเพื่อเข้าสังคม (ต้องมีเรื่องคุย) หลายคนไม่ได้อยากเสือกหรอก แต่อยากมีบทสนทนา อยากมีเพื่อนคุย เลยต้องมี “ข้อมูลลับ” หรือเรื่องฮิตไว้คุย วิธีที่เราว่าเวิร์กคือเปลี่ยนหัวข้อคุยจากเรื่องคนอื่นมาเป็นเรื่องกลางๆ เช่น หนัง/ซีรีส์ ร้านอาหาร เทรนด์ไลฟ์สไตล์ หรือถามสารทุกข์สุขดิบแบบจริงใจ จะได้ไม่ต้องพึ่งดราม่า 5) เส้นที่ควรระวัง: เผือกแล้วทำร้ายคนอื่น ถ้าเริ่มเก็บความลับ เอาไปต่อรอง ข่ม หรือรู้สึกสะใจเวลาเห็นคนอื่นเจ็บปวด แบบนี้อันตรายกับความสัมพันธ์มากๆ ควรหยุดและถอยมาดูตัวเองว่าเรากำลังต้องการอะไร—การยอมรับ? อำนาจ? หรือระบายความเครียด? ถ้าคุมไม่อยู่ การคุยกับผู้เชี่ยวชาญก็ช่วยได้ ทริค “เผือกแบบไม่พัง” ที่เราใช้ - ถามตัวเองก่อนแชร์: เรื่องนี้จริงไหม? จำเป็นไหม? ทำร้ายใครไหม? - จำกัดเวลาไถ: ตั้งเวลา 10–15 นาทีแล้วพอ - ถ้าเป็น “SECRET” หรือข้อมูลส่วนตัว: อย่าแตะ อย่าเซฟ อย่าเล่าต่อ สุดท้ายลองตอบตัวเองเล่นๆ: วันนี้เราเผือกเพราะอยากรู้เฉยๆ หรือเพราะกำลังหนีความรู้สึกบางอย่างอยู่? แค่รู้เหตุผลก็ช่วยให้เราคุมพฤติกรรมได้มากขึ้นแล้ว