1/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมNo Tail to Tell เป็นซีรีส์/คอนเทนต์ที่แค่เห็น “ตัวอย่างอย่างเป็นทางการ” ใน Netflix ก็สะดุดทันที เพราะคอนเซ็ปต์มันชัดมาก: เล่าเรื่องของ “จิ้งจอกเก้าหาง” ที่ดันอยู่ในจุดที่คนส่วนใหญ่ในแนวแฟนตาซีอยากไปให้ถึง (การได้เป็นมนุษย์) แต่เรื่องนี้กลับเล่นกับความคิดอีกด้าน—มีตัวละครที่ “ไม่อยากเป็นมนุษย์” และภูมิใจในความเป็นตัวเองด้วยซ้ำ เรื่องย่อแบบจับใจความ (จากสิ่งที่ตัวอย่างสื่อ) คือโลกที่มีเดรัจฉาน/สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติกำลังบำเพ็ญเพียรอยู่ และเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้โชคชะตาพลิกผันแบบต่อเนื่อง จนตัวละครหนึ่ง “กลายเป็นมนุษย์ไปแล้ว” ทั้งที่มันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ความสนุกของพล็อตเลยอยู่ที่คำถามว่า ใครเป็นคนทำ? ทำไปเพื่ออะไร? และทำไมถึงเหมือนทุกอย่างถูกดึงให้มาเจอกันแบบมีนัยสำคัญ ส่วนคำถามยอดฮิต “No Tail to Tell สนุกไหม” ถ้าประเมินจากตัวอย่างอย่างเดียว เราว่ามีโอกาสสนุกสูงใน 3 จุดนี้ 1) คาแรกเตอร์นำเด่นมาก: มีความมั่นใจ หลงตัวเองนิด ๆ แต่มีเสน่ห์ ทำให้บทสนทนาดูมีจังหวะคอมเมดี้เบา ๆ ไม่เครียดตลอด 2) โทนเรื่องผสมดี: มีแฟนตาซี (จิ้งจอกเก้าหาง/การกลายเป็นมนุษย์) แต่ก็ใส่ความลึกลับและดราม่าเรื่องโชคชะตาเข้ามา ทำให้ไม่ใช่ดูเอาหวานอย่างเดียว 3) ปม “ไร้หาง/ไม่มีความปรารถนา”: ในตัวอย่างมีประโยคแนว ๆ ว่าอีกฝ่าย “ไม่มีความปรารถนา” ตรงนี้น่าสนใจมาก เพราะโดยปกติเรื่องสายพร/การช่วยให้สมปรารถนาจะเดินด้วยแรงขับจากความต้องการของมนุษย์ แต่ถ้าตัวละครไม่อยากได้อะไรเลย เกมมันจะเล่นยังไงต่อ กำหนดฉายในตัวอย่างคือ 16 มกราคม ที่ Netflix เท่านั้น ใครชอบแนวแฟนตาซีโรแมนซ์ผสมลึกลับที่มีมุกกัด ๆ และตัวละครชัด ๆ เราว่าใส่ลิสต์รอได้เลย โดยเฉพาะคนที่ชอบธีมจิ้งจอกเก้าหาง แต่เบื่อสูตรเดิม ๆ เรื่องนี้เหมือนตั้งใจเล่าอีกมุมให้ต่างออกไป