หยุดทวงลิปไก่ทอดด
เพราะชีกลับมาแล้วค่ะซิส กี๊ดดดดรอบนี้ชีกลับมาแบบ 14 สี #kage #ลิปไก่ทอด #ลิปไก่ทอดkage
ใครที่ทวง “ลิปไก่ทอด KAGE” มานาน รอบนี้ที่กลับมา 14 สีคือเลือกยากขึ้นจริง แต่ข้อดีคือมีเฉดครอบคลุมหลายอันเดอร์โทนมากขึ้น เราลองไล่ดูจากสวอชบนผิวหลายโทน (Fair, Light, Beige, Olive Tan, Tan) แล้วสรุปเป็นแนวทางเลือกสีให้เข้ากับผิวและลุคแบบง่ายๆ เผื่อช่วยตัดสินใจก่อนกดซื้อค่ะ 1) เลือกสีตามอันเดอร์โทนผิว (ดูแล้วรอดกว่า) - ผิวโทนชมพู/ขาวอมชมพู (Fair/Light): มักรอดกับโทนชมพู-ม่วงนมๆ เช่น Pink Taro ทาแล้วได้ลุคหวานละมุน ไม่ทำให้หน้าหมอง - ผิวโทนเหลือง/กลางๆ (Light/Beige): โทนพีช-นู้ดที่ติดอุ่นจะสวยมาก เช่น Lychee หรือ Pretzel ให้ลุคสุภาพแต่ไม่ซีด - ผิวโทนมะกอก/แทน (Olive Tan/Tan): แนะนำโทนแดงเข้ม/เบอร์รี่ เช่น Cranberry ช่วยขับผิวและทำให้ฟันดูขาวขึ้น หรือถ้าอยากเท่ๆ ลองโทนเข้มแบบ Black Sesame แล้วแตะบางๆ จะดูชิค 2) เข้าใจ “อารมณ์สี” ของแต่ละเฉด (เลือกให้ตรงลุค) - Pear: แนวใสๆ สุขภาพดี เหมาะกับวันสบายๆ หรือแต่งหน้าโนเมคอัพ - Pretzel: นู้ดน้ำตาลอุ่นๆ ให้ลุคสายเกา/สายฝอเบาๆ ใช้ได้ทุกวัน - Lychee: พีชอมชมพู สดใส เหมาะกับแต่งหน้าโทนคอรัล - Cranberry: แดงเบอร์รี่ชัดขึ้น เหมาะกับออกงานหรือวันที่อยากให้หน้าดูไบร์ท - Pink Taro: ชมพูม่วงนมๆ ละมุนมาก เหมาะกับแก้มโทนชมพู - Black Sesame: โทนเข้มลึกลับ เหมาะกับทากลางคืนหรือทาแบบไล่ขอบ (gradient) จะสวยและไม่ดุเกิน 3) ทริคทาให้สวยและติดทน (ทำตามแล้วต่าง) - ก่อนทา: สครับริมฝีปากเบาๆ + ทาลิปบาล์มบางๆ รอซึม จะทำให้สีเรียบเนียน - ถ้าอยากปากฟูแบบกลอส: ลงสีบางๆ ก่อน แล้วทาซ้ำเฉพาะกลางปาก เพิ่มมิติ - ถ้าอยากติดทน: แตะทิชชู่ซับ 1 รอบ แล้วลงซ้ำอีกรอบ (สีจะแน่นขึ้นและอยู่ได้นานขึ้น) 4) ถ้าต้องเลือก “สีแรก” แบบไม่พลาด ส่วนตัวเราว่ากลุ่มที่หยิบใช้บ่อยและเข้าได้หลายลุคคือ Pretzel (นู้ดอุ่น) + Lychee (พีชสดใส) หรือถ้าเป็นสายปากชัดให้เลือก Cranberry ไว้หนึ่งแท่ง รับรองคุ้ม หวังว่าสรุปนี้จะช่วยให้เลือก “ลิปไก่ทอด KAGE” ได้ง่ายขึ้นนะคะ ใครผิวโทนไหน เล็งสีไหนอยู่ บอกได้ เดี๋ยวช่วยจับคู่โทนให้ค่ะ



3สีโปรดที่ไม่กลับมาดีนะประหยัดใช้5555