Automatically translated.View original post

A trap... called debt.

Growing up, I know...

If you can go back in time

We will never again create unnecessary debt.

In the past, shopping by train because wanting to have like everyone else

Seeing anyone who wants to have

"I'll pay later."

But never thought

The word "later," it becomes a burden to bear every month.

From just a moment of happiness

Become a stress that has been with us for a very long time.

Some months have to think

What to pay for between what you want?

With really necessary expenses.

It teaches that

Having a lot of stuff doesn't mean being happy.

But not having debt... is much more comfortable.

Today I choose to spend more money to think.

What is unnecessary = not buying

What can't = do not force

Wanna = wait to be sure.

Maybe not having everything like everyone else.

But we have "comfort" that can't be bought from anywhere. 🤍

And if you can't go back in time,

At least... we can always choose to start again today. ✨

# Grow up and know that

3/31 Edited to

... Read moreในชีวิตจริง ผมเคยประสบปัญหาการมีหนี้สินที่เกิดจากการใช้จ่ายเกินตัวไม่ต่างจากที่บทความเล่ามา การซื้อของตามแฟชั่นหรือสิ่งที่เห็นว่าน่าจะ ‘ต้องมี’ ทำให้ตอนนั้นคิดแค่ว่า เดี๋ยวค่อยผ่อนจ่าย ไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบระยะยาวเลยว่า ภาระหนี้จะกดดันจิตใจมากแค่ไหนในอนาคต จากประสบการณ์ ผมพบว่าการห่วงแต่จะมีของใช้ใหม่ ๆ หรือสิ่งที่คนอื่นมี อาจให้ความสุขแค่ชั่วคราวจริง ๆ แต่พอเริ่มผ่อนชำระ ดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายจิปาถะที่ตามมา กลับทำให้ความเครียดสะสมและส่งผลต่อสุขภาพจิต การตัดใจเลิกใช้บัตรเครดิตหรือซื้อของด้วยเงินผ่อนจึงเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต สิ่งที่ช่วยให้ผมหยุดหลุดเข้าในวงจรหนี้คือการตั้งกฎให้ตัวเองว่า “จะไม่ซื้อหากไม่ใช่สิ่งจำเป็นและมีเงินสดอยู่ในมือจริง ๆ” ผมใช้วิธีวางแผนรายรับรายจ่ายและทำบัญชีอย่างละเอียด เพื่อให้รู้ว่าตัวเองมีเงินพอใช้จ่ายอะไรบ้างในการแต่ละเดือน แทนที่จะใช้คำว่า “เดี๋ยวค่อยจ่ายทีหลัง” เหมือนเมื่อก่อน นอกจากนี้ การตั้งเป้าหมายทางการเงิน เช่น การออมเงินเพื่ออนาคตหรือเพื่อสิ่งที่ต้องการจริง ๆ ช่วยให้ผมหลีกเลี่ยงการซื้อของฟุ่มเฟือยและรายจ่ายที่ไม่จำเป็น การเลื่อนเวลาไว้ก่อนซื้อของที่อยากได้ช่วยทำให้รู้ว่าสิ่งเหล่านั้น ‘จำเป็นจริงหรือไม่’ และเมื่อเวลาผ่านไปก็อาจจะลดความอยากลงไปเอง ทั้งนี้ ผมขอแนะนำให้ทุกคนอย่าสร้างหนี้จากการใช้บริการสั่งซื้อหรือผ่อนชำระแบบ SPayLater หรือบริการคล้ายกันโดยไม่วางแผน เพราะอาจเจอบิลค้างชำระหรือดอกเบี้ยเพิ่มเติมที่เพิ่มภาระมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว เหมือนกับข้อความใน OCR ที่เตือนถึงการชำระเงินล่าช้าและค่าธรรมเนียมที่เพิ่มมา การเรียนรู้จากกับดักหนี้ครั้งนี้ กลายเป็นบทเรียนล้ำค่าที่ช่วยให้ผมมีความสุขและความสบายใจมากขึ้นในชีวิต เพราะสุดท้ายแล้ว ความสบายใจที่แท้มาจากการอยู่แบบไม่เป็นหนี้ และเลือกใช้เงินอย่างรู้คุณค่าและระมัดระวังมากขึ้น