Automatically translated.View original post

Suitable run2

Finally, try the newest Suunto Run 2. Tell me that the first touch is "Very light!" The case weighs only 35 grams. Try it and tighten your wrists very well. Do not stall your hands down the court or run long.

Favorite things since unboxed:

1.2000 nits AMOLED screen: turn on the majonian eye and bright, very clear. Try to take a mobile phone, take outdoor also obvious.

2. Offline Maps are available: Enter an offline map in this round. Do not be afraid to get lost.

3.Training Feature: Fully organized in both ZoneSense, EnergySense and Marathon Time, helps to assess the force during the run.

The battery lasts up to 10 days, and the full GPS mode lasts up to 24 hours, and I'll put it in the field, and I'll review the running feed again!

# Suunto # SuuntoRun2 # GPS watch # bananarun

9/23 Edited to

... Read moreหลังได้ลอง Suunto Run 2 แบบสวมใช้งานจริงอยู่พักหนึ่ง (นอกเหนือจากความประทับใจแรกสัมผัสตอน unbox) ขอมาเติม “รีวิว Suunto Run 2” ในมุมที่หลายคนชอบถามก่อนตัดสินใจซื้อนะคะ อย่างแรกคือเรื่องน้ำหนัก 35 กรัม—พอใส่วิ่งยาวๆ หรือใส่ลงคอร์ทแล้วแทบลืมไปเลยว่ามีนาฬิกาอยู่ ข้อมือไม่ล้า ไม่แกว่ง และตอนเหงื่อออกสายก็ยังเกาะดี ถ้าใครเคยรำคาญนาฬิกาหนักๆ เวลาวิ่ง interval หรือ tempo อันนี้ถือว่าเป็นจุดเด่นมาก จอ AMOLED ความสว่าง 2,000 nits เป็นอีกเรื่องที่รู้สึกได้ทันทีในชีวิตจริง โดยเฉพาะตอนวิ่งกลางแดดหรือวิ่งเช้าแสงแรงๆ ตัวเลข pace/HR อ่านง่าย ไม่ต้องเพ่งนานๆ (อันนี้ช่วยเรื่องความปลอดภัยด้วยเพราะไม่ต้องก้มดูนาน) ส่วนความลื่นของทัชสกรีน โดยรวมตอบสนองดีเวลาเลื่อนเมนูหรือเช็กข้อมูลระหว่างกิจกรรม เรื่องโหมดกีฬา นอกจาก Running แล้ว ยังมีอย่าง Treadmill, Walking, Hiking/Trekking และแนว Vertical running ด้วย ใครที่สลับซ้อมหลายแบบจะใช้งานคุ้มมาก แนะนำให้ตั้งค่าหน้าจอข้อมูล (data screens) ให้ตรงกับสไตล์ตัวเอง เช่น หน้าแรกโชว์ pace + distance + heart rate, อีกหน้าค่อยเป็น lap pace หรือเวลา เพื่อดูง่ายระหว่างวิ่ง ฟีเจอร์ฝึกซ้อมที่มีชื่ออย่าง ZoneSense, EnergySense และ Marathon Time ถ้าพูดแบบคนใช้งานจริงคือช่วย “คุมความหนัก” ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะวันที่อยากซ้อมแบบไม่หลุดโซน หรืออยากประเมินว่าควรเร่ง/ผ่อนตอนไหน สำหรับมือใหม่แนะนำให้เริ่มจากดู heart rate zone ให้เป็นก่อน แล้วค่อยขยับไปเล่นฟีเจอร์ประเมินความฟิต/ความล้า จะเห็นประโยชน์ชัดกว่า อีกจุดที่ชอบมากคือ Offline Maps สำหรับสายวิ่งต่างถิ่น/วิ่งเทรลเบาๆ เวลาไปเส้นทางใหม่ๆ แล้วสัญญาณมือถือไม่ดี แผนที่ออฟไลน์ช่วยลดความกังวลเรื่องหลงได้จริง (แนะนำให้โหลดแผนที่พื้นที่ที่จะไปไว้ล่วงหน้า และลองเปิดดูเส้นทางก่อนออกวิ่ง) แบตเตอรี่จากที่ลองใช้แนวใส่ทั้งวัน + ออกกำลังกายเป็นช่วงๆ ทำได้ใกล้เคียง 10 วันตามสเปก ส่วนวันที่เปิด GPS ต่อเนื่องยาวๆ ก็ยังอึด ใช้ไปทริปวิ่ง/เดินเที่ยวได้สบาย โดยรวมถ้าใครกำลังหา “นาฬิกา GPS” ที่เบา จอสวย และมีแผนที่ออฟไลน์ Suunto Run 2 เป็นตัวที่น่าลองมากค่ะ