อยากเจริญ มีทรัพย์มาก ฝึก สัมมาวาจา 4 > กุศลกรรมบถ 10 ให้ คงมั่น “ พลาดน้อยที่สุด ”

[๑๘๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการเป็นผู้ถูก ทอดทิ้งไว้ในนรก เหมือนสิ่งของที่เขานำมาทอดทิ้งไว้ ธรรม ๑๐ ประการเป็นไฉน

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้

(อกุศลกรรมบถ10)

เป็นคนฆ่าสัตว์ หยาบช้ามีมือชุ่มด้วยโลหิต ตั้งอยู่ในการฆ่า และการทุบตี ไม่มีความเอ็นดู ในสัตว์ที่มีชีวิตทั้งปวง ๑

เป็นคนลักทรัพย์ ถือเอาวัตถุเป็นอุปกรณ์แก่ทรัพย์เครื่องปลื้มใจแห่งผู้อื่น ของบุคคลอื่น ซึ่งอยู่ ในบ้าน หรือในป่าที่เจ้าของมิได้ให้ ด้วยจิตเป็นขโมย ๑

เป็นผู้ประพฤติผิดในกาม คือ เป็นผู้ถึงความประพฤติล่วงในสตรี ที่มารดารักษา บิดารักษา พี่ชายน้องชายรักษา พี่สาวน้องสาวรักษา ญาติรักษา ธรรมรักษา ผู้มีสามี ผู้มีอาชญาโดยรอบ โดยที่สุดแม้สตรีผู้ที่บุรุษคล้องแล้วด้วยพวงมาลัย ๑

เป็นผู้พูดเท็จ คือ เขาอยู่ในสภา ในบริษัทในท่ามกลางญาติ ในท่ามกลางเสนา หรือในท่ามกลาง ราชสกุล ถูกผู้อื่นนำไปเป็นพยานซักถามว่า มาเถิดบุรุษผู้เจริญ ท่านรู้สิ่งใดจงพูดสิ่งนั้น ดังนี้ บุคคลผู้นั้นเมื่อไม่รู้ก็กล่าวว่ารู้หรือเมื่อรู้ก็กล่าวว่าไม่รู้ เมื่อไม่เห็นก็กล่าวว่าเห็น หรือเมื่อเห็น ก็กล่าวว่าไม่เห็นเป็นผู้กล่าวเท็จ ทั้งรู้เพราะเหตุ แห่งตนบ้าง เพราะเหตุแห่งผู้อื่นบ้าง เพราะเหตุ เห็นแก่อามิสเล็กน้อยบ้าง ด้วยประการดังนี้ ๑

เป็นผู้พูดส่อเสียด คือ ฟังข้างนี้แล้วไปบอกข้างโน้นเพื่อทำลายคนหมู่นี้ หรือ ฟังข้างโน้น มาบอก ข้างนี้ เพื่อทำลายคนหมู่โน้น ยุยงคนทั้งหลายผู้สามัคคีกัน ให้แตกกัน หรือส่งเสริมคนผู้แตกกัน แล้วชอบความแยกกัน ยินดีความแยกกัน เพลิดเพลินในความแยกกัน กล่าวแต่คำที่ทำให้แยกกัน ๑

เป็นผู้พูดคำหยาบ คือกล่าววาจาหยาบช้า กล้าแข็งเดือดร้อนผู้อื่นเสียดสีผู้อื่น ใกล้ต่อความ โกรธ ไม่เป็นไปเพื่อสมาธิ ๑

เป็นพูดเพ้อเจ้อ คือกล่าวไม่ถูกกาลกล่าวไม่จริง กล่าวไม่อิงอรรถ กล่าวไม่อิงธรรม กล่าวไม่อิง วินัย กล่าววาจาที่ไม่มีหลักฐาน ไม่มีที่อ้างอิง ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ประกอบ ด้วยประโยชน์ โดยกาลอัน ไม่ควร ๑

เป็นผู้อยากได้ของ ผู้อื่น คือ อยากได้วัตถุเป็นอุปกรณ์แก่ทรัพย์ เครื่องปลื้มใจแห่ง ผู้อื่น ของ บุคคลอื่นว่า ไฉนหนอวัตถุเป็นอุปกรณ์แก่ทรัพย์เครื่องปลื้มใจแห่งผู้อื่น ของบุคคลอื่น พึงเป็นของเราดังนี้ ๑

เป็นผู้มีจิตคิดปองร้าย คือ มีความดำริในใจอันชั่วร้ายว่า ขอสัตว์เหล่านี้จงถูกฆ่า จงถูกทำลาย จงขาดสูญจงพินาศ หรืออย่าได้เป็นแล้ว ดังนี้ ๑

เป็นผู้มีความเห็นผิด คือ มีความเห็นวิปริตว่า ทานที่ให้แล้วไม่มีผล การเซ่นสรวง ไม่มีผล การบูชาไม่มีผล ผลวิบากแห่งกรรมที่บุคคลทำดีทำชั่ว ไม่มีโลกนี้ ไม่มี โลกหน้าไม่มีมารดา ไม่มีบิดาไม่มีสัตว์ผู้เป็นอุปปาติกะไม่มี สมณพราหมณ์ผู้ดำเนิน ไปโดยชอบ ผู้ปฏิบัติชอบ ผู้ทำโลกนี้ และปรโลกให้แจ้งชัดด้วยปัญญาอันยิ่ง ด้วยตนเองแล้วสอนผู้อื่นให้รู้ตาม ย่อมไม่มีในโลก ดังนี้ ๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการนี้แล เป็นผู้ถูกทอดทิ้ง ไว้ในนรก เหมือนสิ่งของที่เขานำมาทอดทิ้งไว้ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ เป็นผู้ถูกเชิญมาประดิษฐาน ไว้ในสวรรค์ เหมือนสิ่งของที่นำมาประดิษฐานไว้ ธรรม ๑๐ประการเป็นไฉน

2025/9/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการฝึกสัมมาวาจาหรือการใช้วาจาที่ถูกต้องตามหลักธรรมะนั้น ถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินชีวิตที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเชื่อมโยงกับกุศลกรรมบถ 10 ที่เป็นหลักเกณฑ์ในการบำเพ็ญคุณธรรม เพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมผิดศีลที่นอกจากจะสร้างผลร้ายให้กับตนเองแล้วยังทำร้ายผู้อื่นด้วย หนึ่งในคำพูดที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งคือ "วาจาเพ้อเจ้อ" ซึ่งหมายถึงการพูดในสิ่งที่ไม่ถูกกาลเทศะ ไม่เป็นความจริง หรือพูดโดยไม่อิงอรรถ ไม่อิงธรรมและวินัย ซึ่งไม่เพียงแค่เป็นวาจาที่ไร้ประโยชน์ แต่ยังเป็นการทำลายโอกาสในการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ในชีวิต ความประพฤติดังกล่าวอาจนำไปสู่การหวั่นไหวในจิตใจ และเสียเวลาชีวิตไปกับเรื่องที่ไม่ก่อให้เกิดความเจริญ ดังนั้น การลด ละ เลิกการพูดที่ไม่เหมาะสม เช่น การโกหก การนินทา การใช้คำหยาบ การพูดเพ้อเจ้อ และการคิดปองร้ายผู้อื่น ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการพัฒนาคุณธรรมในชีวิตประจำวัน ก่อให้เกิดความสงบสุขทั้งต่อตนเองและสังคมรอบข้าง นอกจากนี้การมีความเห็นถูกต้องในการยึดมั่นในผลบุญและกรรมดี นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนเรามีชีวิตที่สมบูรณ์และพัฒนาตัวเองในทางที่ถูกต้อง ด้วยความตั้งใจและปัญญา อันทำให้เข้าใจและยอมรับความจริงของเหตุและผลในโลกนี้ ทั้งนี้สอดคล้องกับคำสอนในพระพุทธศาสนาที่เน้นให้เห็นคุณค่าของกรรมและผลของการกระทำ โดยรวมแล้ว การปฏิบัติสัมมาวาจา 4 คือ พูดความจริง พูดประโยชน์ พูดให้เหมาะสมกับกาล และพูดเพื่อสันติสุข จะช่วยให้พ้นจากอกุศลกรรมบถ 10 และส่งเสริมให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง มีทรัพย์มาก มีความสงบใจ และอยู่ในทางของความดีอย่างยั่งยืน