#วันนี้ในอดีต ผรุสวาจาเพียงดังจอบ ซึ่งเป็นเครื่อง ตัดทอนตน ของคนพาล ผู้กล่าวคำชั่ว ย่อมเกิดขึ้นที่ปาก ของบุคคลผู้เป็น บุรุษพาล

ผู้ใดสรรเสริญผู้ที่ควรติเตียน หรือติเตียนคนที่ควรสรรเสริญผู้นั้น ชื่อว่าสะสม โทษด้วยปาก ย่อมไม่ประสบความสุข เพราะโทษนั้น การปราชัยด้วยทรัพย์ ในการ เล่นการพนันด้วยตนเอง จนหมดตัวนี้ เป็นโทษมีประมาณน้อย การที่บุคคลยังใจให้ ประทุษร้าย ในพระอริยเจ้า ผู้ดำเนินดี แล้วนี้ เป็นโทษมากกว่า

บุคคลตั้งวาจาและใจ อันเป็นบาปแล้ว ติเตียนพระอริยะ ย่อมเข้าถึงนรก สิ้น หนึ่งแสน นิรัพพุทกัป ๓๖ นิรัพพุทะ และ ๕ อัพพุทะ

(๑) ขารีเท่ากับ ๒๔๖ ทะนาน

จบสูตรที่ ๙

5/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว การใช้วาจาที่อ่อนหวานและเหมาะสมในสถานการณ์ต่าง ๆ มีผลอย่างมากต่อความสัมพันธ์กับผู้อื่นและความรู้สึกของตนเอง วาจาที่รุนแรงหรือคำพูดที่ไม่สร้างสรรค์มักนำมาซึ่งความขัดแย้งและผลเสียต่อตนเองและผู้อื่น เช่นเดียวกับคำสอนในบทความที่กล่าวถึง "วาจาดังจอบ" ซึ่งเป็นคำพูดรุนแรงที่ตัดทอนเกียรติของผู้อื่น และเป็นลักษณะของคนพาล ผู้ที่เลือกใช้คำพูดอย่างไม่มีสติย่อมนำมาซึ่งโทษในหลายรูปแบบ ทั้งทางใจและทางสังคม ในชีวิตประจำวัน การฝึกพูดด้วยความรักและเมตตา รวมถึงการเลือกใช้คำพูดที่เหมาะสมตามเวลาและความจริง จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีและบรรเทาความขัดแย้ง นอกจากนี้ การไม่สรรเสริญคนที่ควรติเตียน หรือไม่ติเตียนคนที่ควรสรรเสริญ ยังเป็นการสะสมโทษทางวาจาอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดความทุกข์และความไม่สงบภายในใจ คำสอนที่กล่าวถึงการประทุษร้ายพระอริยะและบุคคลผู้ดำเนินดีด้วยวาจา ถือเป็นโทษใหญ่ที่ส่งผลร้ายแรงถึงขั้นชีวิตหลังความตายในทางพุทธศาสนา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการควบคุมวาจาอย่างเคร่งครัด การปฏิบัติตามหลัก "วาจาที่ไม่มีโทษ" เช่น การพูดในเวลาที่เหมาะสม สัจจะ อ่อนหวาน มีประโยชน์ และเมตตาจิต จึงเป็นแนวทางที่ช่วยคุ้มครองจิตใจและสร้างสรรค์สังคมอย่างยั่งยืน จึงอยากแนะนำให้ทุกคนลองสังเกตและฝึกควบคุมวาจาของตัวเองในแต่ละวัน เพราะคำพูดไม่ใช่แค่เครื่องมือสื่อสาร แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อชีวิตและจิตใจของเราและคนรอบข้างอย่างลึกซึ้ง