หลนเต้าเจี้ยว
ใครเสิร์ชหา “เต้าเจี้ยวหลนหมูสับ/หลนเต้าเจี้ยว” แล้วอยากได้แนวทำกินเองที่บ้าน แบบไม่ยุ่งยาก นี่คือทริคที่ฉันใช้บ่อยๆ เวลาอยากได้หลนรสกลมกล่อมและไม่คาว วัตถุดิบหลักที่แนะนำ - เต้าเจี้ยวหลน: เลือกเต้าเจี้ยวเม็ดที่ไม่เค็มโดดเกินไป (ถ้าเค็มมากให้ตักเฉพาะเม็ด แล้วล้างผ่านน้ำเร็วๆ 1 รอบ) - หมูสับ: เลือกหมูสับติดมันนิดๆ จะทำให้หลนหอมมัน ไม่แห้ง - กะทิ: ใช้หัวกะทิเป็นหลัก จะได้ความนัว (ถ้าอยากเบาลงผสมหางกะทิหรือใช้นมแทนบางส่วนได้) - หอมแดง/พริกชี้ฟ้า/พริกหยวก: ช่วยเพิ่มความหอมและเนื้อสัมผัส - น้ำตาลปี๊บ + น้ำมะขามเปียก (หรือมะนาวตอนท้าย): ทำให้รสเค็มหวานเปรี้ยวบาลานซ์ วิธีทำแบบที่ฉันทำประจำ (ง่ายและลดพลาด) 1) ผัดหมูสับกับหอมแดงให้หมูสุกและเริ่มหอม (ไม่ต้องใส่น้ำมันเยอะ ถ้าหมูมีมันจะออกเอง) 2) ใส่เต้าเจี้ยวลงไปผัดให้กลิ่นเต้าเจี้ยวออกนิดๆ แล้วค่อยเติมกะทิ 3) เคี่ยวไฟอ่อนให้ข้นตามชอบ ระหว่างนี้คอยคนเรื่อยๆ กันกะทิแตกมันหรือไหม้ก้นหม้อ 4) ปรุงรส: ใส่น้ำตาลปี๊บทีละนิด แล้วค่อยเติมเปรี้ยว (น้ำมะขาม/มะนาว) ชิมจนได้ “เค็มนำหวานตาม เปรี้ยวปลายๆ” 5) ใส่พริกและหอมเพิ่มช่วงท้าย จะได้ความกรอบหอม ไม่เละ ทริคความอร่อย + แก้ปัญหาที่เจอบ่อย - เค็มไป: เติมกะทิ/น้ำเปล่านิดหน่อย แล้วเพิ่มน้ำตาลปี๊บปลายช้อน ชิมใหม่ - จืดไป: เติมเต้าเจี้ยวทีละนิด อย่าเทรวดเดียว เพราะเค็มขึ้นไว - คาวหมู: ผัดหมูให้สุกและแห้งก่อนค่อยใส่กะทิ หรือใส่ขิงซอยเล็กน้อยช่วยได้ - อยากให้ข้นนัว: เคี่ยวไฟอ่อนนานขึ้น และใช้หัวกะทิมากกว่าหางกะทิ กินกับอะไรอร่อยสุด - ผักสด: แตงกวา ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี ใบชะพลู - ผักลวก: ฟักทอง ถั่วพู บรอกโคลี - ของแนม: ไข่ต้ม ไข่เค็ม ปลาดุกฟู หรือข้าวสวยร้อนๆ การเก็บรักษา ฉันจะพักให้เย็นแล้วใส่กล่องแช่ตู้เย็น อยู่ได้ประมาณ 2–3 วัน เวลาจะกินให้อุ่นไฟอ่อน เติมกะทิ/น้ำเล็กน้อยให้กลับมาข้นสวยเหมือนเดิม ถ้าลองทำแล้วอยากได้รสแบบไหน (หวานนำ/เค็มนำ/เปรี้ยวชัด) บอกได้เลย เดี๋ยวช่วยปรับสัดส่วนให้เข้ากับเต้าเจี้ยวที่ใช้ค่ะ



































อร่อยค่ะ👍👍👍❤️