ปลูกถั่วพู เผลอเเป้ปเดียวเเก่เกินกินเเล้วค่ะ

3/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครเสิร์ชว่า “ถั่วพูภาษาอังกฤษ” คำที่ใช้บ่อยที่สุดคือ Winged bean (บางที่เรียก Goa bean ด้วย) ส่วนชื่อวิทยาศาสตร์จะเจอเป็น Psophocarpus tetragonolobus ค่ะ เวลาอ่านสูตรอาหาร/บทความต่างประเทศจะเจอคำว่า winged bean pod (ฝักถั่วพู) หรือ winged bean vine (เถาถั่วพู) จากที่เราปลูกถั่วพูเอง ความท้าทายคือ “เผลอแป๊บเดียวฝักแก่เกินกิน” จริง ๆ ค่ะ เพราะช่วงที่ฝักกำลังสวยมันโตไวมาก โดยเฉพาะช่วงอากาศชื้นหรือได้รับน้ำสม่ำเสมอ วันสองวันคือหน้าตาเปลี่ยนเลย วิธีดูว่าฝักถั่วพูอ่อนกำลังกิน vs แก่เกินกิน (สังเกตจากฝักสีเขียวสด/ฝักใหญ่แก่จัดแบบในรูป) - สีและผิวฝัก: ฝักอ่อนจะสีเขียวสด ผิวตึง ดูฉ่ำ ๆ ส่วนฝักแก่จะเขียวเข้มขึ้น ผิวเริ่มด้าน และดู “หนา” กว่าเดิม - ขนาด/ความอวบ: ฝักที่ยาวใหญ่มาก ๆ มักเริ่มแก่แล้ว เนื้อด้านในจะหนาขึ้นและมีเสี้ยน - ความแข็งของสันปีก (ขอบเป็นริ้ว ๆ): ฝักอ่อนจับแล้วจะยังไม่แข็งมาก แต่พอแก่ สันปีกจะหนาแข็ง เคี้ยวแล้วสาก - เมล็ดด้านใน: ถ้าเริ่มเห็นเมล็ดนูนชัด ๆ หรือพอหักแล้วเมล็ดใหญ่ แปลว่าแก่ขึ้น—กินได้แต่จะไม่กรอบหวานเหมือนฝักอ่อน ทริคที่ช่วยไม่ให้พลาดรอบเก็บ - ช่วงที่เริ่มเห็นฝักห้อย ควรเดินดูทุกวัน (จริง ๆ ค่ะ ไม่งั้นทันทีที่ฝัก “ใหญ่สะใจ” มักจะเลยจุดกรอบอร่อย) - ถ้าตั้งใจเอาฝักไปลวก/กินกับน้ำพริก ให้เลือกฝักที่ยังเขียวสด ขนาดกลาง ๆ จะกรอบหวานกว่า แล้วถ้าฝักแก่ไปแล้วทำยังไงดี? - ถ้าฝักแก่แต่ยังไม่แก่จัดมาก: หั่นบาง ๆ แล้วลวกนานขึ้น หรือผัดไฟแรง (ใส่น้ำ/น้ำซุปนิดหน่อยช่วยให้นิ่ม) - ถ้าแก่จัดจนเหนียว: เรามักผ่าเอา “เมล็ด” ด้านในมาใช้แทน คล้ายเอาเมล็ดถั่วไปต้ม/แกง (บางบ้านทำแกงกะทิหรือใส่แกงส้มได้) - เคล็ดลับเล็ก ๆ: ปอกสันแข็ง ๆ ออกบางส่วนก่อนปรุง จะช่วยลดความเหนียวเวลาทาน หวังว่าต่อไปใครปลูกถั่วพูจะไม่เผลอจนแก่เกินกินเหมือนเรานะคะ และถ้าเจอคำว่า Winged bean ในสูตรฝรั่งก็จะรู้เลยว่าเขาหมายถึง “ถั่วพู” บ้านเรานี่เอง