หมึกบทและชีวารสอื่น ๆ Review

หมึกบทและชีวารสอื่น ๆ | 160 หน้า

พิมไม่มีการันต์

[โปรยปก]

เธอยังจำวินาทีที่เลือกเดินออกจากร้านด้วยหัวใจที่บอบช้ำ ความรู้สึกในวันนี้เหมือนโลกพังทลายลงตรงหน้า เหมือนแก้วน้ำที่กำเนิดในมือตอนอยู่ในร้าน มันเปราะบางจนหากแตกร้าวลงเมื่อใดก็พร้อมจะแหลกสลาย ไม่อาจปะติดปะต่อกลับคืนรูปดังเดิม

.

บางส่วนจากเรื่องสั้น "ศักดิ์สิทธิ์สายไปแล้ว"

.

"ทิพย์ขอไม่ย้อนกลับไปแก้ไขอดีตค่ะ แม้ว่าที่ผ่านมาจะเคยผิดพลาดและอยากไปแก้ไขใหม่ก็ตาม เมื่อไรที่เรากลับไปแก้ไขอดีตของตัวเองได้ มันทำให้เราไม่ระวังเรื่องการใช้ชีวิต คิดแต่ว่าผิดพลาดก็กลับไปแก้ไขใหม่ได้ ทิพย์เลือกที่จะเก็บอดีตไว้เป็นบทเรียน เพื่อใช้ชีวิตในปัจจุบันให้ดีที่สุดจะได้ไม่ต้องรู้สึกเสียดายทีหลังจนต้องย้อนกลับไปค่ะ ขอบคุณค่ะ"

.

บางส่วนจากเรื่องสั้น "สงครามมงกุฎ"

[รีวิว]

รวมเรื่องสั้นเล่มแรกของ พิมไม่มีการันต์ ประกอบไปด้วยเรื่องสั้นหลากรสชาติจำนวน 8 เรื่อง

(ดาร์คมิลค์) มิลค์...ได้รับกรรมพันธุ์มาจากพ่อที่อยู่อีกฝั่งซีกโลกตามคำบอกเล่าของแม่ขี้เมา เธอต้องทนกับการถูกบูลลี่ว่าเป็นอีดำ และหาทางทำให้ตัวเองขาวขึ้น

(เด็กหญิงหน่อยกับนักสำรวจช่องปาก) หน่อย...เพื่อนสนิทของมิลค์ ต้องอยู่ร่วมบ้านกับพ่อใหม่ที่แม่เพิ่งไปคว้าตัวมา ลุงหนวดตัวอ้วนกลิ่นตัวแรงมีพฤติกรรมประหลาดชอบถามว่าเธอแปรงฟันหรือยัง ก่อนวันหนึ่งหน่อยถึงรู้ความหมายของคำถามนั้น -- ใช่ 2 เรื่องนี้ใช้นักแสดงชุดเดิม เรื่องสั้นของทั้งคู่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ให้อารมณ์คนละแบบตอนอ่าน นับว่าเป็น 2 เรื่องเปิดตัวได้น่าสนใจ

(ชีวารสชาบูหม่าล่าเผ็ดลิ้นชา) พิมพ์เพ็ญ...ยืนลังเลอยู่หน้าร้านชาบูหม่าล่าตัดสินใจไม่ถูกว่าจะกินดีหรือไม่จนกระทั่งได้พบฟ้าใสหญิงตาบอดที่ขอให้เธอเข้าไปกินเป็นเพื่อน -- เรื่องนี้สนุกเลย ครบรสทั้งเรื่องอาหารและเสียดสีสังคมได้แสบคัน **แนะนำให้อ่าน**

(มนุษย์ทุกคนมีโลงอาหารเป็นของตัวเอง) สายสมร...พนักงานออฟฟิศหุ่นอวบตัดสินใจลดน้ำหนักเมื่อเป็นลมจนต้องเข้าโรงพยาบาล เธอเพิ่งรู้ว่าการลดน้ำหนักมันต้องใช้เงินเยอะขนาดนี้ -- เรื่องนี้ relate กับผมมาก ความทรมานบวกกับความกลัวเมื่อเห็นว่าน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นทุกที ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างครบถ้วน **แนะนำให้อ่าน**(อีกแล้ว)

(สงครามมงกุฎ) จันทร์ทิพย์...นางงามมือใหม่หวั่นใจเมื่อต้องแสดงความสามารถบนเวทีโดยมีฝ้ายคำนางงามเดินสายพูดข่มอยู่ด้านหลัง -- จุดเด่นของเรื่องนี้อยู่ที่บทสนทนาเป็นภาษาเหนือล้วน ๆ แต่ก็เข้าใจได้ไม่ยากด้วยบริบทของเนื้อเรื่อง เป็นอีกเรื่องที่แนะนำมีความหักมุมนิด ๆ ให้ได้ยิ้มมุมปากในตอนจบ

(ข้าวโพดคั่วรสขมขื่น) ชีวิตของหญิงสาวคล้ายกับข้าวโพดคั่วรสขมหลังตัดสินใจคบกับกันต์แฟนหนุ่ม ทั้งคำพูดบั่นทอนจิตใจและด้อยค่า แล้วทำไมเธอถึงยังอยู่กับเขา ? -- ชีวิตคู่ของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ประสบการณ์เรื่องความรักต่าง ๆ สามารถนำมาเป็นเรื่องสั้นได้ทั้งสิ้น เช่นเดียวกับเรื่องนี้ที่อาจมีมุมใดมุมหนึ่งเสียบรับเข้ากับตัวต่อที่ว่างเว้นของคนอ่านได้ลงตัว จนอาจสะอึกนิด ๆ ว่าเราเผลอทำสิ่งนั้นกับคนที่รักไปหรือเปล่า

(ศักดิ์สิทธิ์สายไปแล้ว) สาย...สาวหัวสมัยใหม่ตัดสินใจทดลองใช้ชีวิตร่วมกับศักดิ์ด้วยกันในคอนโดที่ร่วมกันซื้อเมื่อ 2 ปีก่อน และกำลังจะแต่งงานกันปลายปี แต่เธอรู้สึกลังเลเมื่อมีแซคปรากฏตัวเข้ามาในชีวิต -- เรื่องสั้นหักมุมที่เดาตอนจบได้ไม่ยาก แต่อ่านแล้วไหลลื่นจนเผลอสบถ...ไอ้เหี้ย ในตอนจบ

(หมึกบท) สาวโรงงานลูกติดที่ต้องตกเป็นเมียเก็บผู้จัดการ...ชีวิตของเธอต้องพบเจอกับอะไรบ้าง คงยากจะนึกถึงถ้าไม่ได้อ่านเองคงไม่รู้ -- กลวิธีสลับไทม์ไลน์ของเรื่องนี้น่าสนใจ เห็นบ่อยในเรื่องสั้นหลายเรื่อง แต่แปลกใหม่ตรงที่แทรกบทสรุปของเรื่องสั้นที่ผ่านมาเอาไว้ในเรื่องนี้ด้วย สมแล้วกับที่ตั้งชื่อเรื่องว่าหมึกบท

.

ผู้เขียนช่ำชองเรื่อง Show don't tell จนสังเกตได้ ทำให้ชิ้นงานอ่านแล้วเสพรับสุนทรีรสได้มากขึ้นหลายเท่า อ่านเพลินจนจบเล่มภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แนะนำว่าคอเรื่องสั้นหามาอ่านจุดประกายไอเดียได้เยอะครับ

[Score]

ภาษา - สำนวน : ⭐⭐⭐⭐

เนื้อหา : ⭐⭐⭐⭐✨

Impact : ⭐⭐⭐⭐✨

รวม : ⭐⭐⭐⭐✨

#หนังสือ #อ่านหนังสือ #รีวิวหนังสือ #หมึกบทและชีวารสอื่นๆ #พิมไม่มีการันต์

7/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหมึกบทและชีวารสอื่น ๆ เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่นำเสนอมุมมองชีวิตและสังคมผ่านแง่มุมเล็ก ๆ ของตัวละคร หลายเรื่องมีการสะท้อนความเจ็บปวดของชีวิตในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การบูลลี่เรื่องสีผิวในเรื่องดาร์คมิลค์ การต่อสู้กับปมด้อยตัวเอง และเรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความขมขื่นและการยอมรับความจริงในข้าวโพดคั่วรสขมขื่น นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่เล่าถึงการใช้ชีวิตประจำวันที่คนทั่วไปคุ้นเคยอย่างเรื่องมนุษย์ทุกคนมีโลงอาหารเป็นของตัวเอง ที่สะท้อนถึงปัญหาการลดน้ำหนักที่เต็มไปด้วยความท้าทายและค่าใช้จ่าย ทำให้ผู้อ่านรู้สึกเชื่อมโยงและเข้าใจความทรมานที่ซ่อนอยู่ ส่วนวิธีการเขียนของผู้เขียนที่ใช้เทคนิค Show don't tell ทำให้เรื่องราวเข้าถึงใจ อ่านง่ายและน่าติดตาม อีกเรื่องที่น่าสนใจคือการใช้บทสนทนาเป็นภาษาเหนือล้วน ๆ ในเรื่องสงครามมงกุฎ ซึ่งเพิ่มความสมจริงและสีสันให้กับเนื้อหา เพิ่มเติมความหลากหลายของเสียงที่สะท้อนในสังคม จากการอ่านผลงานชุดนี้ ผมรู้สึกว่าคุณค่าของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่การจับประเด็นเล็ก ๆ ในชีวิตมนุษย์แล้วขยายออกเป็นเรื่องราวที่ทำให้ผู้อ่านย้อนมองตัวเองและสังคม พร้อมตั้งคำถามว่า สิ่งที่เราเคยเผชิญนั้นเหมือนหรือแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร แล้วยังเน้นการเลือกใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันโดยไม่ย้อนกลับไปแก้ไขอดีตซึ่งเป็นบทเรียนที่ล้ำค่า สำหรับคนที่ชื่นชอบงานเขียนสะท้อนชีวิตและอยากได้แรงบันดาลใจในการเล่าเรื่องสั้น เล่มนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ดี พร้อมคำแนะนำให้อ่านเพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ และจุดประกายไอเดียในการเขียนต่อยอดได้เหมาะสมครับ