สกินแคร์ใช้คู่กันแล้วพังอย่าหาทำถ้าไม่อยากหน้าเละ

🚫 อย่าหาทำ! ใช้ “Vitamin C + Retinol” พร้อมกัน ❌

เพราะผิวไม่ใช่สนามทดลอง 🧪

หลายคนอยากหน้าใสไว เลยทา วิตซีตอนเช้า – เรตินอลตอนกลางคืน ก็ยังพอได้ ✅

แต่ถ้าคิดจะ ทาพร้อมกัน หรือเลเยอร์ต่อกันในรูทีนเดียว — บอกเลยว่า “อย่าหาทำ!” 😭

💥 ทำไมถึงไม่ควรใช้พร้อมกัน?

ทั้ง Vitamin C และ Retinol เป็น “active ingredients” ที่ทรงพลังมาก

แต่คนละชนิด และต้องการ “pH” ต่างกันในการทำงาน

• วิตซี (Vitamin C – Ascorbic Acid) ชอบสภาพผิว “เป็นกรด”

• เรตินอล (Retinol) ชอบสภาพผิว “เป็นกลาง”

เมื่อใช้พร้อมกัน pH จะรวน ❌

ทำให้ “ฤทธิ์ของทั้งสองตัวหายไป” หรือแย่กว่านั้น — “ผิวระคายเคืองหนัก แสบ แดง ลอก”

โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มใช้เรตินอล ผิวจะไวมาก 💢

⚠️ สัญญาณว่าผิวเริ่มพังจากการใช้ผิด

• แสบหน้าเวลาทาครีมหรือกันแดด

• ผิวแดงหรือลอกง่ายเวลาโดนแดด

• สิวเห่อเล็กๆ ขึ้นบริเวณแก้มหรือคาง

• ผิวแห้งตึง เหมือนโดนดูดน้ำออก

ถ้ามีอาการเหล่านี้ ให้หยุดใช้ ทั้ง 2 ตัวทันที แล้วเน้นบำรุงด้วย มอยส์เจอร์ + สลีปปิ้งมาสก์ + กันแดดทุกวัน จนผิวกลับมาปกติ

💡 แล้วควรใช้ยังไงถึงจะได้ผล “และปลอดภัย”?

ไม่ต้องเลิกใช้ แค่ แยกเวลาให้ถูก!

ตอนเช้า ☀️

ใช้ Vitamin C ช่วยเรื่องผิวใส กระจ่าง ป้องกันอนุมูลอิสระจากแดดและมลภาวะ

ลำดับ: Toner → Vit C Serum → Moisturizer → Sunscreen

ตอนกลางคืน 🌙

ใช้ Retinol / Retinal / Bakuchiol เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ลดสิว ริ้วรอย และรอยสิว

ลำดับ: Cleanser → Hydrating Toner → Retinol (เฉพาะบางคืน) → Moisturizer

Tip: ถ้าเป็นมือใหม่ให้เริ่ม “สลับวัน” ก่อน เช่น

• วันคู่ใช้ Vitamin C

• วันคี่ใช้ Retinol

เพื่อให้ผิวค่อยๆ ปรับตัว ไม่ช็อก

✨ สรุปสั้นๆ สำหรับสายรีบ:

Vit C = ใช้ตอนเช้า 💛

Retinol = ใช้ตอนกลางคืน 🌙

ทาพร้อมกัน = ผิวพัง ❌

#เรตินอลใช้ยังไง #ผู้ชายต้องรู้ #ผู้ชายดูแลตัวเอง #คลับผู้ชาย #คลับคนหล่อ

2025/10/31 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากที่เคยผิวพังเพราะใจร้อน อยากขาวใสไวๆ เลยขอแชร์ “คู่ที่ควรใช้” กับ “คู่ที่ควรระวัง” แบบที่ทำแล้วผิวกลับมานิ่งขึ้น โดยเฉพาะคนเป็นสิว มีรอยแดง หรือเริ่มเล่นเรตินอลใหม่ๆ 1) เรตินอลควรใช้คู่กับอะไร (เพื่อกันแสบ/ลอก) สิ่งที่ช่วยชีวิตมากที่สุดคือสกินแคร์สายซ่อมเกราะผิว เพราะเรตินอลทำให้ผิวแห้งและระคายง่าย - มอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อแน่น/มีเซราไมด์: ช่วยลดอาการตึง ลอก และทำให้ทาเรตินอลต่อเนื่องได้ - ไฮยาลูรอน/แพนทีนอล/บี5: เติมน้ำให้ผิว ลดแสบ - กันแดดทุกวัน: สำคัญมาก เพราะใช้เรตินอลแล้วผิวไวแดดขึ้น ถ้าไม่กันแดด รอยสิวกับรอยแดงจะเข้มง่าย ทริคที่ทำแล้วรอด: “แซนด์วิชเรตินอล” ลำดับกลางคืน: มอยส์เจอร์บางๆ → เรตินอล (ปริมาณเท่าเมล็ดถั่วทั่วหน้า) → มอยส์เจอร์ปิดทับอีกชั้น เหมาะกับมือใหม่และคนผิวบาง 2) Niacinamide ห้ามใช้กับอะไร จริงไหม? อันนี้เจอบ่อยมาก ส่วนตัวมองว่า “ไม่ถึงกับห้าม” แต่มีคู่ที่ควรระวัง โดยเฉพาะคนผิวแพ้ง่าย - ระวังเลเยอร์กับกรดแรงๆ (AHA/BHA/PHA) ในรูทีนเดียว ถ้าผิวคุณไวอยู่แล้ว อาจแสบ/แดงง่ายขึ้น ควรแยกวันหรือแยกเวลา - ระวังคู่กับวิตซีแบบกรดจัด (L-ascorbic acid) ถ้าทาพร้อมกันแล้วแสบ ให้แยกเช้า-เย็นจะง่ายสุด (เช้าใช้วิตซี, เย็นใช้ไนอาซินาไมด์ หรือสลับวัน) แต่ข้อดีของ Niacinamide คือจับคู่กับของปลอบผิวได้ดีมาก เช่น มอยส์เจอร์ เซราไมด์ ซิงก์ และมักช่วยเรื่องมัน/รูขุมขน/รอยสิวได้ 3) Whitening vitamin c cream ควรใช้ยังไงให้ไม่หน้าเละ ถ้าเป็นวิตซีสายไวท์เทนนิ่ง (ครีมหรือเซรั่ม) แนะนำใช้ตอนเช้าแล้วตามด้วยกันแดดเสมอ เพราะวิตซีช่วยเรื่องความกระจ่างใสและต้านอนุมูลอิสระ แต่ถ้าไปชนกับแอคทีฟแรงๆ พร้อมกัน (เช่น เรตินอลในรูทีนเดียว) ผิวอาจรวนได้ ลำดับเช้าแบบที่เวิร์ก: โทนเนอร์ → วิตซี/whitening vitamin c cream → มอยส์เจอร์ → กันแดด 4) ตารางง่ายๆ สำหรับคนมีสิว+รอยแดง (มือใหม่) - เช้า: วิตซี หรือ Niacinamide (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน) + กันแดด - กลางคืน: คืนที่ 1 เรตินอล + มอยส์เจอร์ / คืนที่ 2-3 เน้นมอยส์เจอร์+บี5 (พักผิว) แล้วค่อยวนใหม่ ถ้าสัญญาณเริ่มไม่โอเค เช่น แสบตอนทาครีมหรือกันแดด แดง ลอก สิวผดเห่อ ให้หยุดแอคทีฟก่อน แล้วกลับไปโฟกัส “มอยส์เจอร์+กันแดด” จนผิวสงบ ค่อยเริ่มใหม่แบบช้าๆ จะปลอดภัยที่สุด

ค้นหา ·
สกินแคร์ที่ห้ามใช้ร่วมกัน

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Learned Leo
Learned Leo

หยุดใช้ทุกอย่าง ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า จนกว่าจะกลายเป็นปกติ

รูปภาพของ Thanyamon Thong
Thanyamon Thong

👍🥰