อัดจาระบีเครื่องตัดหญ้า
ใครไม่เคยอัดจาระบีเลย ยกมือขึ้น! #เครื่องตัดหญ้า #เกษตรกร #ชาวสวน #เกษตรโยธา #กันชนใบตัดหญ้า
หลายคนถามกันบ่อยว่า “จาระบีเครื่องตัดหญ้า ใช้เบอร์อะไร” เพราะในร้านมีให้เลือกหลายแบบมาก ผมสรุปจากที่เจอหน้างานจริงแบบเข้าใจง่ายๆ นะครับ โดยทั่วไปงานหัวเกียร์เครื่องตัดหญ้า (ส่วนที่ถ่ายทอดกำลังไปที่ใบ/หัวตัด) นิยมใช้ “จาระบีเบอร์ 2 (NLGI #2)” มากที่สุด เพราะความข้นกำลังพอดี ไม่เหลวไหลออกง่าย และยังทนรอบ/ความร้อนได้ดี เหมาะกับเครื่องตัดหญ้าทั่วไปทั้งแบบสะพายและแบบรถเข็นหลายรุ่น แล้วถ้าเจอ “เบอร์ 0 หรือเบอร์ 1” ล่ะ? พวกนี้จะเหลวกว่านิดหน่อย เหมาะกับจุดที่ต้องการการไหลตัวมากขึ้น หรืออากาศเย็นจัด (ในไทยไม่ค่อยจำเป็น) ถ้าเอามาใส่หัวเกียร์ที่ซีลเริ่มหลวม อาจมีโอกาสซึม/เลอะง่ายกว่า อีกจุดที่หลายคนมองข้ามคือ “ชนิดของจาระบี” นอกจากเบอร์ ควรดูว่าเป็นจาระบีลิเทียม (Lithium / Lithium Complex) หรือจาระบีโมลี่ (Moly) ด้วย สำหรับหัวเกียร์เครื่องตัดหญ้า ผมมักเลือกแบบ Lithium Complex หรือแบบที่ระบุทนความร้อน/แรงกดสูง (EP) เพราะทำงานรอบสูงและมีแรงกระแทกจากหญ้าหนาๆ ถ้าเป็นงานหนักมากๆ จาระบีที่มี EP ก็ช่วยได้ วิธีอัดจาระบีให้ไม่พังเร็ว (สำคัญกว่าที่คิด) 1) เช็ดคราบดิน/หญ้าแห้งรอบๆ จุดเติมก่อนเสมอ กันเศษเข้าไปผสมในหัวเกียร์ 2) เติมทีละน้อย อย่าอัดจนแน่นเต็ม เพราะหัวเกียร์ต้องมีที่ให้จาระบีขยายตัวตอนร้อน ถ้าอัดแน่นเกิน ซีลอาจดันรั่ว 3) หลังเติม ลองหมุนให้จาระบีกระจาย แล้วเช็ดส่วนเกินออก โดยเฉพาะบริเวณกันชนใบตัดหญ้า/รอบๆ หัวตัด กันสะสมฝุ่น ความถี่ที่ผมใช้เป็นแนวทาง: ถ้าตัดหญ้าบ่อยๆ (สัปดาห์ละหลายครั้ง) ผมจะเช็กทุก 10–20 ชั่วโมงการใช้งาน หรืออย่างน้อยเดือนละครั้ง ถ้าลุยหญ้าหนา/โคลนบ่อย ให้ถี่ขึ้นอีกนิด สัญญาณว่าควรเติมหรือเปลี่ยน: มีเสียงหอน/ฝืดผิดปกติ หัวเกียร์ร้อนจัด จาระบีเก่าออกมาเป็นผงดำหรือมีกลิ่นไหม้ แบบนี้อย่าฝืนใช้นาน รีบทำความสะอาดและเติมใหม่จะยืดอายุเครื่องได้เยอะเลยครับ
