เมื่อลูกสะใภ้ แม่สามีอยู่บ้านเดียวกัน บอกเลยว่าพีค

แชร์ประสบการณ์โลกแตกปัญหาลูกสะใภ้แม่สามี !!!

ใครที่คิดจะเข้าไปอาศัยอยู่ร่วมกันเราแนะนำให้คิดดูดี ๆ นะคะ

เรื่องนี้เป็นเรื่องของพี่ชายของเราค่ะ
พี่ชายเรา พาพี่สะใภ้มาอยู่ที่บ้านของแม่ตัวเอง

คู่ของพี่ชายคบกันมา 10 ปี และพี่สะใภ้ของเราเข้ามาอยู่ที่บ้านได้ประมาณ 7 - 8 ปีแล้วค่ะ ช่วงแรก ๆ ก็เหมือนจะดี แต่สัก 2 ปีขึ้นไป บอกเลยว่าไม่มีวันไหนที่ไม่ทะเลาะกัน

แม่มักโทรมาบ่นกับเราบ่อย ๆ เรื่องพี่สะใภ้ หยิบปัญหาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ของพี่สะใภ้มาบ่นให้ฟังได้ทุกวัน ส่วนพี่ชายก็โทรมาปรับทุกกับเราเพราะพี่สะใภ้ก็เข้ากับแม่เราไม่ได้

เราก็เห็นใจพี่ชายเหมือนกันด้วยความเป็นคนกลาง มันก็ต้องลำบากใจ

เราแนะนำให้พี่ชายกับพี่สะใภ้ออกไปเช่าบ้านอยู่กันเอง แต่เหมือนแม่เราจะไม่ยอม เพราะยังอยากให้พี่ชายอยู่ด้วยกันที่บ้านปัญหานี้ก็ไม่จบไม่สิ้น ทุกวันนี้ก็ยังทนอยู่ด้วยกัน แต่แม่ไม่มองหน้าพี่สะใภ้เลย เอ้ออออออออออ

#พ่อแม่สามี #ครอบครัว #บ้าน #ประสบการณ์คนมีบ้าน #lemon8ไดอารี่

2025/8/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่เห็นใกล้ตัว “แม่ลูกแต่งเข้าบ้านเดียวกัน” มันไม่ได้ผิดหรือถูกแบบตายตัวนะคะ แต่สิ่งที่ทำให้พังบ่อย ๆ คือเราเข้าไปอยู่โดยไม่ตั้งระบบการอยู่ร่วมกันตั้งแต่แรก ช่วงแรกทุกคนอาจเกรงใจ พออยู่ไปนาน ๆ ความคาดหวังเริ่มชัด เช่น แม่คิดว่าอยู่บ้านเดียวกันต้องช่วยงานบ้าน/ช่วยดูแลร้านหรือบ้าน ส่วนลูกสะใภ้คิดว่าตัวเองก็ทำงาน เหนื่อยเหมือนกัน อยากมีพื้นที่ส่วนตัว สุดท้ายกลายเป็นสะสมจนระเบิดค่ะ ถ้าใครกำลังจะตัดสินใจย้ายเข้าไปอยู่บ้านพ่อแม่สามี/แม่สามี เราว่ามี “เช็กลิสต์” ที่ควรคุยให้จบก่อนย้ายเข้า 3 เรื่องนี้: 1) เรื่องเงินและค่าใช้จ่าย คุยตรง ๆ ว่าจะช่วยค่าน้ำค่าไฟไหม จ่ายเป็นรายเดือนหรือแล้วแต่เดือน ถ้าอยู่บ้านที่มีธุรกิจหน้าบ้าน (อย่างบ้านสองชั้นที่ชั้นล่างทำร้านก๋วยเตี๋ยวโบราณ/ร้านค้าต่าง ๆ) ยิ่งต้องชัดว่าใครรับผิดชอบอะไร เพราะงานบ้านกับงานร้านมักจะปนกันง่ายมาก 2) เรื่องงานบ้านและ “มาตรฐานความสะอาด” หลายบ้านทะเลาะกันเพราะเรื่องเล็ก ๆ เช่น ล้างจานไม่ทัน เก็บของไม่เข้าที่ เสียงดังตอนดึก แนะนำให้ทำตารางแบบง่าย ๆ หรือแบ่งโซนรับผิดชอบ เช่น โซนชั้นล่าง/ชั้นบน ห้องน้ำ ใครทำอะไร ไม่ใช่เพื่อจับผิด แต่เพื่อลดการตีความว่า “อีกฝ่ายไม่ช่วย” ค่ะ 3) เรื่องพื้นที่ส่วนตัวและขอบเขต อยู่บ้านเดียวกันไม่ได้แปลว่าต้องรู้ทุกเรื่องหรือเข้าห้องกันได้ตลอดเวลา ตั้งกติกาเรื่องการเข้าห้องนอน เวลาพักผ่อน เวลารับแขก หรือแม้แต่การเลี้ยงลูก (ถ้ามี) ให้ชัด จะช่วยลดการกระทบกระทั่งแบบไม่ตั้งใจ อีกอย่างที่เห็นว่าช่วยได้ คือให้ “คนกลาง” อย่างลูกชาย/สามี ทำหน้าที่สื่อสารอย่างจริงจัง ไม่ใช่ให้แม่โทรมาบ่นกับลูกสาว แล้วสามีไปบ่นกับน้องอีกที กลายเป็นทุกคนเครียดและรู้สึกว่าตัวเองโดนรุม ถ้าต้องคุยเรื่องใหญ่ ให้คุยกันพร้อมหน้าแบบใจเย็น และโฟกัสที่ทางออกมากกว่าความผิด สุดท้าย ถ้าลองตั้งกติกาแล้วแต่ยังตึงมาก ๆ การแยกไปอยู่เองไม่ได้แปลว่าอกตัญญูนะคะ มันคือการรักษาความสัมพันธ์ระยะยาว หลายคู่พอออกไปเช่าบ้านอยู่เอง กลับมาเยี่ยมกันแบบมีความสุขมากกว่า เพราะมีระยะห่างที่พอดีค่ะ

ค้นหา ·
แม่ผัวลูกสะไภ้

15 ความคิดเห็น

รูปภาพของ KiKiLaLa
KiKiLaLa

ถ้าแม่รักลูกจริง ก็ต้องยอมให้เค้าแยกบ้านสิคะ เค้าแต่งงานมีครอบครัว แล้ว จะหวงไว้ทำไม พ่อแม่เราไม่เคยกั๊กลูกๆตัวเองไว้เลยนะ แต่งงานแล้วแยกบ้านได้เลยไม่มีปัญหา ส่วนตัวเราเอง ก่อนแต่ง พ่อแม่แฟนก็จะให้อยู่บ้านเดียวกับเค้า แต่เราบอกแฟนเลยว่าถ้าไม่แยกบ้านเราไม่แต่งเด็ดขาด แฟนก็โอเคพอแต่งแล้วก็เลยซื้อบ้านของตัวเอง เชื่อเถอะว่าการไปอยู่รวมกันแบบนั้นมันไม่มีความสุขหรอก

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ cuteiscalling
cuteiscalling

คิดว่าส่วนมากมีปัญหาหมดค่ะ 😂 สุดท้ายเขาก็รักแต่ลูกชายเขาค่า ยังไงเราก็คนนอก

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม