L'Oreal Hyaluron Tint ตัวใหม่คือทำถึงเกินนน
จบปัญหาลิปหลุดระหว่างวัน! 💄 L'Oreal Hyaluron Tint ตัวใหม่คือทำถึงเกินนน เริ่มต้นด้วยความฉ่ำ จบด้วยสเตนที่ติดทน 12 ชม. ปากดูอิ่มน้ำเหมือนดื่มน้ำวันละ 8 ลิตร ใครสายขี้เกียจเติมลิปต้องมี! 👄✨ #LOrealParisTH #HyaluronTint #ลิปเซรั่มทินท์ #ลิปloreal #ป้ายยากับlemon8
ถ้าใครกำลังหา “loreal hyaluron tint รีวิว” แบบใช้จริงทั้งวัน เราลองเล่นหลายรอบแล้วสรุปได้ว่าอันนี้เป็นแนว LIP STAIN SERUM ที่ทำบาลานซ์ดีมาก ระหว่างความฉ่ำตอนทา กับความติดทนหลังเซตตัว เหมาะกับวันที่ขี้เกียจพกลิปไปเติมเลย เนื้อและฟินิช (ความรู้สึกตอนทา) - ปาดแรกจะได้ความฉ่ำวาวแบบทินท์ฉ่ำๆ ลื่น ไม่ฝืดปาก - รอให้เซตประมาณ 30–60 วินาที ฟิลจะเริ่ม “เกาะปาก” มากขึ้น แล้วเหลือเป็นสเตน - จุดที่ชอบคือสเตนที่ได้สีไม่เพี้ยนง่าย และไม่ทำให้ปากดูเป็นคราบ ความติดทน/กันเลอะ - ถ้าอยากให้ติดทนสุด แนะนำทา 1 ชั้นบางๆ แล้ว “รอให้เซต” ก่อนค่อยเม้มปาก - จากนั้นใช้กระดาษทิชชูซับออก 1 รอบ จะได้สเตนที่แน่นขึ้นและเลอะน้อยลง (ทริคนี้เวิร์กมาก) - ระหว่างวันถ้าดื่มน้ำ/กาแฟยังอยู่ดี แต่ถ้ากินของมันๆ หนักๆ สีจะอ่อนลงบ้างตามสไตล์ลิปทินท์ เรื่องตกร่อง/ปากแห้ง - ส่วนตัวรู้สึกว่าไม่เน้นร่องปากเท่าทินท์แมทหลายๆ ตัว แต่ถ้าปากแห้งมาก ควรสครับเบาๆ หรือทาลิปบาล์มบางๆ ก่อน - ถ้าทาบาล์มหนาเกินไป สเตนอาจจับไม่แน่นเท่าเดิม แนะนำเช็ดส่วนเกินก่อนลงสี สวอชสีที่ลอง (จากที่เห็นชัดในภาพ) - 420 LE ROUGE PARIS: โทนแดงสวย ใส่แล้วหน้าดูไบรท์ เหมาะวันอยากแต่งดูมีพลัง - 485 NUDE ESPRESSO: นู้ดน้ำตาลกาแฟๆ ทาง่าย ใช้ได้ทุกวัน ลุคสุภาพแต่ไม่ป่วย - 601 WORTH IT: โทนชมพู/โรสที่ดูละมุน มีความหวานแบบผู้ดี ปาดแล้วปากดูอิ่ม - 640 TEA TIME: โทนสุภาพนุ่มๆ แนว MLBB ใช้ได้ทั้งไปเรียน/ไปทำงาน ทริคให้ปากสวยแบบ “ฉ่ำเริ่มต้น จบด้วยสเตน” 1) ทาบางๆ ให้ทั่วปาก 2) รอให้เซต 30–60 วินาที 3) ซับทิชชู 1 รอบเพื่อให้ติดทน 4) ถ้าอยากฉ่ำเพิ่ม ค่อยแตะเพิ่มเฉพาะกลางปาก (จะยังดูฉ่ำแต่ไม่เลอะ) โดยรวมใครชอบลิปที่เริ่มต้นฉ่ำๆ แต่ไม่อยากเติมบ่อย ตัวนี้ตอบโจทย์มาก แล้วสีที่ทำมาคือเข้ากับหลายโทนผิวจริงๆ ถ้าชอบสีไหน (420/485/601/640) มาคุยกันได้เลย

