เจ้าสาวป้ายแดงมาแชร์ให้ค่าา ใครมีเวลาเตรียมตัวแต่งงานก่อน 1 ปีขอบอกเลยว่ากำลังดีมากเลย ไม่กดดันเกินไป ชิลๆ ค่อยๆ เตรียมได้เลย
แบ่งออกเป็น 4 ช่วงได้เลยอิงตามงานเราน้า
🌸 เดือนที่ 12-10
1. คิดจำนวนแขกคร่าวๆ
2. หาฤกษ์ (ไม่มีฤกษ์อาจจะหาสถานที่ได้ลำบาก แต่มีสถานที่ที่จองไว้ก่อนแบบไม่ระบุวันได้)
3. คิดภาพแบบงานไว้ในหัว เช่น อยากจัดในสวน หรือ ใน รร. เพื่อจะได้ไปหาสถานที่ได้ตรงและไม่หว่านจนเกินไป
4. เริ่มไปดูสถานที่ ต้องบอกว่าบางสถานที่ที่สวยและฮิตมักจองกันข้ามปีค่ะ
🌸 เดือนที่ 9-7
1. ค่อยๆ หาชุดเจ้าสาว (บางคนต้องตัด อาจจะใช้เวลานานกว่าเช่าค่ะ) ลองจนกว่าจะถูกใจน้าแนะนำให้ลองทุกแบบ เพราะไม่รู้หรอกว่าเราจะเหมาะกับแบบไหน
2. หาช่างแต่งหน้าทำผม คนดังต้องจองข้ามปี ยิ่งถ้าฤกษ์มงคลยิ่งเต็มเร็ว
3. จัดทำ Decorate
4. แหวนแต่งงาน
🌸 เดือนที่ 4-6
1. ชุดเพื่อนเจ้าสาว
2. ชุดพ่อแม่
3. ออกแบบการ์ดงานแต่ง
4. ลิสแขก
5. หาห้องพักให้ญาติที่ต้องมานอนค้าง
6. วงดนตรี
7. Presentation
8. ถ่าย Pre wedding
🌸 เดือนที่ 3-1
1. แจกการ์ด
2. ทำหัตถการ (ควรทำก่อน 2-3 เดือน หน้าเข้าที่มาก อย่าทำใกล้ๆ เพราะเราจะได้มีเวลาเติมและแก้ทัน)
3. ชิมอาหาร
4. เตรียมลิสเพลง
5. เรียง Sequence งาน
6. เครื่องดื่ม
เป็นกำลังใจให้บ่าวสาวทุกคู่ค่า ใครอยากรู้อะไรเป็นพิเศษถามได้เลยน้าา
#งานแต่งงาน #เช็คลิสต์งานแต่ง #เตรียมตัวแต่งงาน #เตรียมงานแต่ง #เตรียมงานแต่งงาน
ถ้าให้แชร์เพิ่มจากประสบการณ์ส่วนตัว “การเตรียมงานแต่งล่วงหน้า 1 ปี” ที่ช่วยให้ไม่พังตอนใกล้วันงาน คือทำให้ทุกอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้น แล้วค่อยๆ ติ๊ก Checklist จัดงานแต่ง ไปทีละจุดค่ะ (เราเซฟเช็กลิสต์ไว้ในมือถือด้วย เผื่อเปิดดูเวลาคุยกับเซลล์สถานที่)
1) ตั้งงบประมาณและลำดับความสำคัญก่อน (สำคัญมาก)
ถึงจะเริ่มก่อน 1 ปี แต่ถ้าไม่คุยเรื่องงบ งานจะไหลไปตามใจชอบแล้วบานง่ายมาก เราใช้วิธีแบ่งงบคร่าวๆ เป็น 4 ก้อน: สถานที่/อาหาร, ช่างภาพ-วิดีโอ, ชุด-หน้าผม, และของจุกจิก (การ์ด ของชำร่วย พร็อพ ของรับไหว้ ฯลฯ) แล้วคุยกันว่า “อะไรยอมลดได้ อะไรยอมไม่ได้” จะตัดสินใจง่ายขึ้นมาก
2) ทริคเรื่อง “ฤกษ์ + สถานที่” สำหรับคนเริ่ม 1 ปี
หลายคนติดตรงฤกษ์ ทำให้จองสถานที่ช้า เราทำแบบนี้: เลือกช่วงเดือน/ช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่อยากได้ไว้ก่อน 2-3 ตัวเลือก แล้วสอบถามสถานที่ยอดฮิตทันที เพราะบางที่เต็มข้ามปีจริงๆ จากนั้นค่อยล็อกฤกษ์ให้ลงตัวกับวันว่างของสถานที่ (หรือบางที่รับจองแบบยังไม่ระบุวันไว้ก่อน ลองถามดูค่ะ)
3) เช็กลิสต์ที่มักลืม แต่ควรล็อกตั้งแต่เนิ่นๆ
- จำนวนแขก “ขั้นต่ำ-สูงสุด” (เพื่อเลือกขนาดห้อง/แพ็กเกจ)
- ห้องพักญาติและการเดินทาง (มีรถรับส่งไหม ใครนอนที่ไหน)
- วงดนตรี/พิธีกร/ทีมรันคิว (ถ้าอยากได้สไตล์เฉพาะ ตัวดังเต็มไว)
- แผนผังที่นั่ง + โต๊ะผู้ใหญ่ (คุยกับผู้ใหญ่ก่อนจะลดดราม่า)
4) ไทม์ไลน์ช่วง 3 เดือนสุดท้ายที่ช่วยลดความเครียด
- ทำ “ลิสต์งานค้าง” แบบรายสัปดาห์ (สัปดาห์นี้ต้องทำอะไรให้จบ)
- นัดชิมอาหารพร้อมจดโน้ตจริงจัง (ความเผ็ด ความเค็ม ปริมาณ น้ำแข็ง/เครื่องดื่ม)
- สรุป Sequence งานและส่งให้ทุกทีม: สถานที่ ช่างภาพ ช่างหน้าผม วงดนตรี/พิธีกร
- ทำเพลย์ลิสต์เพลงแยกเป็นช่วง: รับแขก, เปิดตัว, ตัดเค้ก, โยนดอกไม้, After party (ถ้ามี)
5) เคล็ดลับเรื่องชุดเจ้าสาวและการลองชุด
ถ้าเริ่มก่อน 1 ปี แนะนำให้ลองหลายทรงจริงๆ เพราะบางทีแบบที่คิดว่าไม่ใช่ กลับขึ้นกล้องสวยมาก และเผื่อเวลาแก้ไซซ์/ปรับดีเทลค่ะ ถ้าเช่าให้ถามเรื่องวันรับชุด/วันคืนชุดและค่าปรับล่วงหน้า จะได้ไม่พลาด
สุดท้าย ถ้าใครกำลังเริ่ม “Checklist จัดงานแต่งล่วงหน้า 1 ปี” ให้จำไว้ว่าเริ่มก่อนคือได้เปรียบเรื่องตัวเลือกและราคา แต่ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้เสร็จเร็ว ให้ค่อยๆ ปิดงานเป็นรอบๆ แล้วเซฟเช็กลิสต์ไว้เปิดดูบ่อยๆ จะชิลขึ้นมากค่ะ