เมื่อต้องไปเข้าคุก
คุกอบาซิริ ฮอกไกโด (Abashiri Prison)
🏯 เรื่องเล่าจากอดีต: ทำไมถึงต้องสร้างคุกที่อบาซิริ?
ในช่วง ปลายศตวรรษที่ 19 รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังผลักดันการพัฒนาฮอกไกโดให้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยและทำเกษตรกรรม แต่ภูมิประเทศเต็มไปด้วยป่า ภูเขา และหิมะ การก่อสร้างถนนและตัดไม้จึงต้องใช้แรงงานจำนวนมหาศาล รัฐบาลจึงเลือกใช้ นักโทษ มาทำงานหนักเหล่านี้
ในปี 1890 มีการสร้าง “คุกอบาซิริ” ขึ้นมานักโทษที่ถูกส่งมาที่นี่คือพวกที่ต้องโทษหนัก ทั้งนักการเมืองที่ต่อต้านรัฐบาลและอาชญากรโหดร้าย นักโทษถูกบังคับให้ทำงานกลางหิมะอุณหภูมิติดลบ บางครั้งต้องตัดต้นไม้ทั้งวันทั้งคืนโดยมีอาหารให้เพียงเล็กน้อย การใช้ชีวิตจึงแทบไม่ต่างจากการถูกส่งมาทรมานจนตาย
⸻
✨ จุดเด่นของคุกอบาซิริ
1. สถาปัตยกรรมเรือนจำแบบรัศมี (Radiating Prison)
อาคารเรือนนอนของนักโทษออกแบบให้แตกแขนงเหมือนรังปลาหรือรัศมี ทำให้ผู้คุมสามารถยืนตรงศูนย์กลางแล้วมองเห็นทุกทางเดินได้ ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ในญี่ปุ่น
2. เรื่องเล่าการแหกคุก
แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นคุกที่เข้มงวดที่สุด แต่ก็มีนักโทษบางรายพยายามหนี หนึ่งในนั้นคือ โยชิเอะอะ ชิโระ อาชญากรชื่อดังที่กลายเป็นตำนานของการหลบหนี ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น “ราชาแห่งการหลบหนี” (Escape King) ที่ชื่อเสียงเลื่องลือจากการแหกคุกได้ถึง 4 ครั้งโดยไม่ฆ่าผู้คุมแม้แต่คนเดียว
3. พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง
คุกอบาซิริถูกอนุรักษ์และเปิดให้ประชาชนเข้าชม นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปในห้องขัง โรงงานไม้ ห้องครัว ไปจนถึงห้องคุมขังพิเศษได้จริง
4. อาหารนักโทษ
ไฮไลต์ที่หลายคนชอบคือการได้ลอง อาหารที่จำลองจากเมนูจริงของนักโทษ เช่น ข้าวสวยกับปลาซัมมะเค็ม
⸻
📍 ข้อมูลการท่องเที่ยว
• ที่ตั้ง: เมืองอบาซิริ (Abashiri), ฮอกไกโด ญี่ปุ่น
• วิธีเดินทาง: จากสนามบินเมมังเบ็ตสึ (Memanbetsu Airport) นั่งรถบัสราว 30 นาที
• เวลาเปิดทำการ: 9:00 – 17:00 น. (อาจเปลี่ยนตามฤดูกาล)
• ค่าเข้าชม: ประมาณ 1,000 เยน(ผู้ใหญ่)
#ฮอกไกโด #เที่ยวต่างประเทศ #เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง #ญี่ปุ่น
คุกอบาซิริ นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของฮอกไกโดแล้ว ยังเป็นตัวอย่างของการใช้สถาปัตยกรรมที่เหมาะกับการควบคุมรักษาความปลอดภัยสูงสุดในยุคเมจิ รัศมีออกแบบให้นักโทษถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้คุมมองเห็นนักโทษได้จากจุดศูนย์กลาง มีการนำระบบนี้มาใช้เพื่อป้องกันการแหกคุกที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ สำหรับนักโทษที่ถูกส่งไปยังคุกอบาซิริต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายในฤดูหนาวของฮอกไกโด ซึ่งมีอากาศหนาวจัดและหิมะปกคลุม หนึ่งในตำนานที่โด่งดังในเรื่องการแหกคุกคือ “โยชิเอะอะ ชิโระ” หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ราชาแห่งการหลบหนี" ซึ่งแหกคุกได้ถึง 4 ครั้งโดยไม่ทำร้ายผู้คุม การกระทำนี้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและไหวพริบในการเอาตัวรอดโดยไม่ใช้ความรุนแรง นอกจากความเข้มงวดแล้ว คุกอบาซิริได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับชีวิตจริงของนักโทษผ่านการเดินชมห้องขัง อาคารโรงงานไม้ และโซนต่างๆ ที่ได้รับการบูรณะอย่างสมบูรณ์ การได้ลองชิมเมนูจากอาหารนักโทษ เช่น ข้าวสวยกับปลาซัมมะเค็ม ซึ่งเป็นอาหารที่ถูกจำลองจากเมนูจริง ถือเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ และช่วยให้เข้าใจภาพชีวิตนักโทษในอดีต ถ้าเดินทางมาเยือนฮอกไกโด การแวะชมคุกอบาซิริถือเป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นในแง่มุมที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนัก พร้อมทั้งได้สัมผัสกับบรรยากาศและเรื่องราวของเรือนจำที่เคยเป็นศูนย์กลางความยุติธรรมและบำบัดนักโทษอย่างหนักหน่วงมาก่อน นอกจากนี้ การเดินทางยังสะดวกสบาย โดยจากสนามบินเมมังเบ็ตสึสามารถนั่งรถบัสมายังคุกอบาซิริได้ในเวลาประมาณ 30 นาที เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น ค่าเข้าชมราคาไม่แพง และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่รักประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่น









👍👍👍