Reasons to stay alive.
Have you ever listened to a hit song and felt it? Or have you ever gone to the sun and felt that hey! Why does it match us?
This is how I feel when I read this book.
Today I would like to introduce the book Reasons to Stay Alive (To the Broken), Matt Haig's work is a book written by depressed patients for depressed patients.
It is a book that will reflect your identity on the day you feel sad, lonely, desperate or anxious.
When you suffer from depression, one of the things that patients like us often feel similar to is: Why is it so lonely? Why doesn't anyone understand us?
This book will fill you in, it's a good listener, tell you what you've read and feel like, well, we've reached that point, too.
The advantage of this book is that it makes us think that, well, even though the world doesn't understand us, at least we understand ourselves.
👱🏾 Author: Matt Haig
🏢 Publisher: Bookscape
# The heart book # Psychology book # Read books # Depression # Read according to lemon8
หลายคนเสิร์ชคำว่า “แด่ผู้แหลกสลาย” แล้วลังเลว่าจะเหมาะกับเรามั้ย—ส่วนตัวคิดว่าเล่มนี้เหมาะมากในวันที่เราเหนื่อยกับอารมณ์ตัวเอง หรือรู้สึกว่าคนรอบตัวไม่เข้าใจ (ทั้งซึมเศร้าและวิตกกังวลก็อ่านได้) เพราะจุดเด่นคือมันไม่ได้มาเทศน์ให้คิดบวก แต่มา “นั่งข้างๆ” แบบคนที่เคยผ่านจริง สิ่งที่ฉันชอบคือหัวข้อทำนอง “สิ่งที่ซึมเศร้าพูดกับคุณ” มันเหมือนรวบรวมประโยคในหัวเราที่ชอบหลอกเรา เช่น ทำให้เชื่อว่าเราเป็นภาระ ไม่มีทางดีขึ้น หรือเราโดดเดี่ยวที่สุดในโลก พอเห็นมันถูกเขียนออกมาเป็นข้อๆ เราจะเริ่มแยกได้ว่า “นี่คือเสียงของโรค/ความคิดลบ” ไม่ใช่ความจริงทั้งหมดของเรา การแยกเสียงนี้สำคัญมาก เพราะช่วยให้เรากลับมาหายใจแล้วมองสถานการณ์แบบเป็นกลางขึ้น อีกส่วนที่เป็นประโยชน์มากคือแนวคิดเรื่อง “วิธีอยู่เคียงข้างผู้ป่วยโรคซึมเศร้า หรือโรควิตกกังวล” ถ้าคุณเป็นคนรอบตัว แนะนำให้เริ่มจาก 3 อย่างที่ทำได้ทันที: (1) ฟังแบบไม่ตัดสิน ไม่รีบสรุปว่า “คิดมากไปเอง” (2) ถามแบบเจาะจงว่าตอนนี้อยากได้อะไร—อยากให้ฟังเฉยๆ หรืออยากให้ช่วยหาทางออก (3) ชวนทำเรื่องเล็กๆที่เป็นไปได้ เช่น เดินออกไปรับแดด 5 นาที กินน้ำ หรืออาบน้ำ ไม่ต้องตั้งเป้าใหญ่ สำหรับคนที่กำลัง “แหลกสลาย” อยู่ ฉันใช้เล่มนี้เป็นเหมือนเช็กลิสต์พยุงตัวเอง: นอนให้พอเท่าที่ทำได้ ลดการโทษตัวเองในวันที่ไม่ไหว และยอมรับว่าการดีขึ้นอาจมาเป็นคลื่น (ดีขึ้น-แย่ลง-ดีขึ้นอีก) ไม่ได้แปลว่าเราล้มเหลว ถ้าอ่านแล้วรู้สึกหนัก ให้ค่อยๆอ่านวันละนิดก็ได้ เลือกบทที่ตรงใจแล้วหยุดพัก ไม่มีความจำเป็นต้องอ่านรวดเดียว และถ้าวันไหนความคิดทำร้ายตัวเองแรงมาก การขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหรือคนที่ไว้ใจไม่ใช่ความอ่อนแอเลย—เป็นวิธี “อยู่รอด” ที่กล้าหาญที่สุดอย่างหนึ่ง ปล. เห็นบางคนเสิร์ชคำว่า “แหลกสลาย เนื้อเพลง” แล้วเจอหน้านี้—โพสต์นี้เป็นรีวิวหนังสือ ‘แด่ผู้แหลกสลาย’ นะ แต่ถ้าคุณมาถึงตรงนี้เพราะกำลังรู้สึกพังจริงๆ หวังว่าเล่มนี้จะเป็นอีกเหตุผลเล็กๆให้ “อยู่ต่อ” ได้เหมือนกัน


