自動翻訳されています。元の投稿を表示する

失われた書店The Lost Bookshop📖

「本は他の場所への扉のようなものです。」

📖は、より良い人生を送るために自発的に自分自身を引き受けることなく、結婚を余儀なくされた家族から逃げ出しました。

📖マルタは、夫から身体的な虐待を受けたため、より良い生活を求めて逃げ出さなければなりませんでした。

📖ヘンリー、仲間の侮辱から離れて、より良い人生を送るための何かを見つけてください。

3🕯はより良い人生を送りたいと思い、そのためにできる限りのことをしました。そして、見えない書店がその魅力を明らかにしたとき、彼らは素晴らしい人生が彼らが愛した本の中で私たちを失わなかったことを発見しました。

この🕯は3人のキャラクターを通して語られます。いくつかの異なる瞬間と同じ瞬間があります。主なことは、タイトルで失われた書店を探すようなものです。ドラマの結び目がありますが、それにはファンタジーもあります。私たちは女性の夢を実現しようとする試みを見ることになります。彼女は多くの問題を抱えていますが、それに超熟練しており、私たちにロリポップを与えるロマンチックな愛を隠します。

🕯を読み終わると、この物語はクリスマスに読むべきだと感じます。ドラマがあっても、最後には心の温かさがあります。読み終わると、本当にそう感じます。読み続けてください。徐々にキャラクターに従ってください。急いだり、ウィズしたりしないでください。もう一度知ったら、貼り付けたくなくなるまで詰まっています。読んだ後の気持ちのように、試してみたいです。🎄🎄🎄

本や作家への言及もたくさんあります。

本の表紙がとても綺麗です。稜線がとても綺麗です。稜線が90%行ったので買うことにしました。

好みの⭐: 9/10

📍座標:プロフィールページ

その他の書店 #レモンでドラッグサイン8 #ブックレビュー #心温まる本 #レモンに従って読む8

2025/10/15 に編集しました

... もっと見るถ้ากำลังเล็ง The Lost Bookshop (ร้านหนังสือที่หายไป) แล้วอยากรู้ว่ามัน “ฟีลไหน” ก่อนซื้อ/ก่อนอ่าน เราว่าคำตอบคือ: เป็นนิยายที่อ่านเพลินแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่พอเข้าจังหวะแล้วจะวางยากมาก เพราะเรื่องมันมีทั้งความลึกลับของ “ร้านหนังสือเร้นลับ” และความดราม่าชีวิตที่ทำให้เอาใจช่วยตัวละครตลอดทาง สิ่งที่เราชอบที่สุดคือบรรยากาศของหนังสือเล่มนี้ มันให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในเมืองที่มีมุมลับๆ แล้วจู่ๆ ก็เจอร้านหนังสือที่ไม่ควรมีอยู่ตรงนั้น ความแฟนตาซีในเรื่องไม่ได้มาแบบเวทมนตร์ตะโกน แต่เป็นความมหัศจรรย์เล็กๆ ที่ค่อยๆ ซึมเข้ามา ทำให้โทนโดยรวมอบอุ่นและละมุน แม้จะมีประเด็นหนักๆ อยู่ด้วยก็ตาม ในแง่พล็อต เรื่องเล่าผ่าน 3 ตัวละคร (โอพาลีน, มาร์ทา, เฮนรี) ที่ต่างช่วงเวลากันบ้าง ช่วงเวลาเดียวกันบ้าง จุดร่วมคือทุกคนกำลัง “หนี” อะไรบางอย่างเพื่อไปหาชีวิตที่ดีกว่า อ่านแล้วมันเหมือนได้เห็นหลายรูปแบบของความกล้าหาญ—ไม่ใช่ความกล้าหาญแบบฮีโร่ แต่เป็นความกล้าที่จะเริ่มต้นใหม่ ทั้งที่เจ็บและเหนื่อยมากๆ อีกอย่างที่ทำให้เรื่องนี้สนุก คือมีการอ้างอิงถึงหนังสือและนักเขียนเยอะมาก เหมือนคนเขียนตั้งใจทำให้ร้านหนังสือมีชีวิตจริงๆ ใครเป็นสายอ่านน่าจะเพลินกับการได้เจอชื่อหนังสือ/นักเขียนที่คุ้นๆ แล้วอยากจดลิสต์ไปตามอ่านต่อ สำหรับคนที่ตัดสินใจจาก “หน้าตาเล่ม” บอกเลยว่าเล่มจริงสวยมาก ปกเป็นบ้านสีเหลืองอยู่บนชั้นหนังสือ และที่เราสะดุดจริงๆ คือสันปกที่มีลวดลายเถาวัลย์สีเขียว ดูละเมียดแบบหนังสือสะสม แถมที่คั่นลายเดียวกันก็เข้าชุดสุดๆ ใครชอบถ่ายรูปหนังสือลงโซเชียลคือขึ้นกล้องแน่นอน แนะนำวิธีอ่านให้ฟิน: อ่านช่วงปลายปีหรือคืนฝนตก เปิดไฟส้มๆ เปิดเพลงเบาๆ จะเข้ากับโทนเรื่องมาก โดยเฉพาะถ้าอยากได้ฟีลคริสต์มาสแบบอบอุ่นหัวใจ แม้เรื่องจะมีดราม่า แต่ตอนจบให้ความรู้สึกปลอบประโลมดีมาก สรุปสั้นๆ สำหรับคนค้นหา “the lost book shop / ร้านหนังสือที่หายไป”: ถ้าชอบนิยายแฟนตาซีละมุนๆ มีดราม่า มีโรแมนติกเบาๆ และธีมคนตามหาที่ของตัวเองในโลกนี้ เล่มนี้ควรค่าแก่การลองค่ะ