ปฎิเสธการยื้อชีวิตแม่.

”ขอบเขตการรักษาของหมอ“

เนื่องจากแม่เข้า ร.พ. ด้วยอาการตับอักเสบรุนแรง คุณหมอแจ้งว่า ค่าตับแม่สูงมากและตับสามารถทำงานได้เพียง 30 % ผลกระทบจากการกินยาแก้ปวด ยาแก้แพ้ และยาสมุนไพร แม่ไม่มีแรงกินข้าว หรือเดินเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัวได้ พยุงอาการโดยการให้น้ำเกลือ เพื่อให้มีเรี่ยวแรงในแต่ละวัน ประกอบกับการเจาะเลือดเพื่อดูค่าตับ รักษาตัวได้หนึ่งอาทิตย์ หมอแจ้งว่าค่าตับลดลง จาก 1,400 เหลือ 800 (คนปกติจะอยู่ที่ไม่เกิน 40) และแจ้งว่าสามารถกลับบ้านได้ในวันถัดไป (ซึ่งค่าตับแม่ยังสูงอยู่ และดูอาการแม่เหมือนจะแย่ลง)

หลังจากกลับบ้านในวันนั้น ไม่ถึง 24 ชั่วโมง แม่เกิดอาการปวดท้องอย่างหนัก สับสน และโวยวาย ไม่รู้สึกตัว พ่อจึงพาแม่ไปที่ร .พ. ประจำอำเภอก่อนที่หมอจะวินิจฉัยให้ส่งต่อ ร.พ. จังหวัด เพื่อทำการรักษาต่อ ซึ่งตอนนั้นแม่ไม่รู้สึกตัวแล้ว มีอาการร้อง โวยวาย เหมือนเจ็บปวดมาก และดิ้นจนต้องมัดไว้ทั้งตัว ซึ่งอาการทั้งหมดเกิดจากตับวาย ร่างกายจึงไม่สามารถกำจัดของเสียและสารพิษออกจากร่างกายได้ จึงส่งผลให้แม่ติดเชื้อในสมอง อาการทรุดหนัก

”และเป็นที่มาของการถูกสอบถามขอบเขตการรักษาของคุณหมอ“

📌คุณหมอได้แจ้งอาการของแม่ว่า ตับของแม่ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว 100% และติดเชื้อในสมอง จำเป็นต้องสอบถามญาติ ในการตัดสินใจ หากเกิดเหตุฉุกเฉินหมอสามารถดำเนินยื้อชีวิตคนไข้ ได้มากน้อยแค่ไหน

1.“หากหัวใจหยุดเต้น จะเห็นชอบในการปล้ำหัวใจหรือไม่”

2.“ให้ใส่ท่อช่วยหายใจหรือไม่”

3.“สามารถให้ยากระตุ้นความดันได้มั้ย ในกรณีความดันตก และหากใช้ยากระตุ้นแล้วไม่ดีขึ้น สามารถเจาะเข็มที่คอเพื่อกระตุ้นได้หรือไม่ โดยคุณหมอจะอธิบายขั้นตอนการทำ”

4.“เจาะคอหรือหัตถการอื่นๆ จะให้หมอดำเนินการหรือไม่”

➡️ วินาทีที่ตัดสินใจ แน่นอนว่ามันบีบหัวใจของคนเป็นลูกอย่างมาก

แน่นอนตัวฉันเองเลือกทำแค่ ข้อ 1 และ ข้อ 2

ต่อให้เราอยากยื้อชีวิตแม่มากมายแค่ไหน เราก็ไม่สามารถทนเห็นแม่เจ็บปวดได้ จึงได้เลือกปฎิเสธการรักษาในข้อ 3 และข้อ 4 ไป

แม่รักษาตัวที่ร.พ. ได้เพียง 4 วัน อาการของแม่ทรุดหนักอย่างรวดเร็ว และได้ย้ายเข้าห้อง ICU อย่างเร่งด่วน และคุณหมอยังถามความต้องการในขอบเขตการรักษาแม่อีกรอบ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องในการตัดสินใจของญาติผู้ป่วยให้เข้าใจตรงกันกับการรักษาของหมอ ต่อให้มันเป็นคำถามที่ทำให้คนทุกคนที่ต้องตอบเหนื่อยและหนักใจ อยากให้ทุกคนตั้งสติเท่าที่จะทำได้ ให้สอบถามคุณหมอถึงแนวทางการรักษา และผลของการรักษา แน่ใจดีแล้วค่อยแจ้งหมอเพื่อรับทราบในข้อกำหนดการช่วยชีวิต

ซึ่งเราตัดสินใจปฎิเสธการยื้อชีวิตแม่ เพราะหมอแจ้งอาการและสถานการในการรักษาในปัจจุบัน ซึ่งแม่เป็นไข้สมองอักเสบ เนื่องจากการติดเชื้อ เลือดเป็นกรด และการแข็งตัวของเลือดมีปัญหา ไม่สามารถเจาะแม้กระทั่งเลือดได้ เพราะเสี่ยงเลือดจะไม่หยุดไหล และวิธีเดียวที่มีความหวังในการปลูกถ่ายตับ จึงไม่สามารถดำเนินการได้แล้ว จึงปฎิเสธการยื้อชีวิต

จากห้อง ICU เพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น

27 ก.ค. 2568

คุณแม่ได้จากไปอย่างสงบ🙏🕊️

อาลัยรักคุณแม่

อยากให้แม่รู้ว่าหนูทำดีที่สุดแล้ว แม่คือทั้งชีวิตของหนู

การคิดถึงคนที่จากไปแล้ว มันเป็นความคิดถึงที่ทรมาน จริงๆ

#โรคตับ #แม่ป่วย #ยา

#ยาพารา #พาราเซตามอล

2025/8/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะตับอักเสบรุนแรงและภาวะตับวายเป็นเรื่องท้าทายทางการแพทย์ที่ต้องใช้ความรู้ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในการตัดสินใจเกี่ยวกับขอบเขตการรักษา โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้และมักมีอาการทรุดอย่างรวดเร็ว การปฏิเสธการยื้อชีวิตเป็นทางเลือกหนึ่งที่ครอบครัวอาจจำเป็นต้องพิจารณาร่วมกับทีมแพทย์ เพื่อเคารพคุณภาพชีวิตและความเจ็บปวดของผู้ป่วย ในทางการแพทย์ ขอบเขตการรักษาหมายถึงการกำหนดข้อจำกัดของวิธีการดูแลรักษาผู้ป่วยในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การยืนยันว่าจะดำเนินการฟื้นคืนหัวใจ (CPR) การใส่ท่อช่วยหายใจ การใช้ยากระตุ้นความดันโลหิต หรือการเจาะคอเพื่อช่วยชีวิต การพูดคุยและทำความเข้าใจกับญาติผู้ป่วยเกี่ยวกับขอบเขตเหล่านี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพื่อให้ครอบครัวรับทราบและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจตามความต้องการและคำนึงถึงความทุกข์ทรมานของผู้ป่วย กรณีนี้ยังสะท้อนถึงผลกระทบของการใช้ยาแก้ปวด ยาแก้แพ้ และยาสมุนไพรที่อาจส่งผลเสียต่อการทำงานของตับจนเกิดตับอักเสบรุนแรง สำหรับผู้ป่วยและครอบครัวควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงเหล่านี้อย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการใช้ยาที่อาจเป็นอันตราย โรคตับอักเสบที่มีความรุนแรงจนตับทำงานได้เพียง 30% และค่าตับสูงเกินมาตรฐานอย่างมาก แสดงถึงภาวะสุขภาพที่วิกฤตและมีโอกาสพัฒนาไปสู่ภาวะตับวายและภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อในสมอง และภาวะเลือดเป็นกรด ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการซับซ้อนและจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในห้อง ICU การย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่มีความพร้อมสูงกว่าหรือศูนย์ปลูกถ่ายตับเป็นแนวทางที่สำคัญ แต่หากไม่สามารถทำได้เนื่องจากข้อจำกัดด้านสุขภาพและการเจาะเลือด การตัดสินใจไม่ยื้อชีวิตก็เป็นทางเลือกที่เหล่าครอบครัวต้องเผชิญอย่างหนักใจ ความเข้าใจในกระบวนการรักษาและความเป็นไปได้ในสถานการณ์จริงจะช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบคอบและเคารพความต้องการของผู้ป่วย การดูแลทางจิตใจของญาติหลังการสูญเสียผู้ป่วยก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะความคิดถึงและความรู้สึกสูญเสียส่งผลต่อสุขภาพจิตในระยะยาว ครอบครัวควรเปิดรับการสนับสนุนทางจิตใจและคำปรึกษาด้านสุขภาพจิตเพื่อช่วยคลายความเศร้าและรักษาคุณภาพชีวิตต่อไป